Sponsored Ads

บทความล่าสุดในเว็บนี้

 

บทความแนะนำ

การใช้มือถือสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ยิ่งสะดวกมากเท่าไร เราก็ยิ่งสามารถเสพสื่อกันสารพัด ทั้งวิดีโอ บทความ สไตล์ เสียง ฯลฯ ได้มากยิ่งขึ้น คนส่วนใหญ่ทุกวันนี้จึงกลายเป็นผู้รู้ มีความรู้ทุกเรื่อง ซึ่งมีทั้งผลดีและผลเสียต่อตัวเองที่จะต้องรู้และตามให้ทัน

 

ก่อนอื่นเราไปทำความเข้าใจกับความรู้กันก่อน ความรู้มีหลายประเภทแต่จะขอแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ก็แล้วกัน คือ

1. ความรู้สำหรับใช้ทำมาหากิน ความรู้ประเภทนี้สร้างยาก แต่ต้องเป็น

2. ความรู้สำหรับไว้ประดับสมอง เป็นความรู้ที่เอาไว้พูดคุยสนทนา หรือแสดงภูมิรู้ของตนเอง มากกว่าจะใช้ทำประโยชน์อะไร

 

ความรู้สำหรับใช้ทำมาหากิน ประกอบอาชีพ

ความรู้ประเภทนี้จะค่อนข้างน่าเบื่อ เพราะการศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาตัวเองเพื่อให้กลายเป็นผู้รู้ มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน นั้น ค่อนข้างยาก และยังต้องมีใบปริญญารองรับอีกด้วย จึงจะได้รับการยอมรับหรือไม่ก็ต้องมีผลงานที่ยืนยันตัวตนแสดงถึงความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ เป็นกูรูตัวจริง

 

ตัวอย่างความรู้แนวนี้ เช่น การศึกษาการใช้งาน Facebook แบบเจาะลึก อย่างการทำการตลาด ขายสินค้าผ่านเฟสบุ๊ค จนมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ สามารถขายสินค้าได้จำนวนมาก และยังต่อยอดด้วยการผลิตผลงานเป็นหนังสือ คู่มือ คอร์ส ออกจำหน่าย ซึ่งกว่าจะ เรียนรู้ได้แบบนี้ ต้องใช้เวลา และเงินทุน ในขณะที่คนส่วนใหญ่จะศึกษาหรือใช้งาน Facebook เพื่อความบันเทิงหรือไว้ติดต่อสื่อสารเท่า นั้น

 

 

 

ความรู้สำหรับไว้ประดับสมอง

ความรู้แบบนี้ค่อนข้างง่าย แค่อ่าน ฟัง หรือศึกษาให้รู้ เอาไว้พูดหรือแสดงออกให้คนรู้ว่า มีความรู้ ฉลาด และทันคน เป็นความรู้ที่ต้อง ศึกษาเช่นกัน แต่ก็ต้องรู้จักเลือกที่จะศึกษาเฉพาะบางด้าน และอย่าให้มากเกินไป จนกระทบกับการเรียนรู้ในด้านที่เกี่ยวกับการประ กอบอาชีพ

ความรู้ประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องรู้แบบเชี่ยวชาญ เพราะรู้ไปก็อาจจะไม่มีประโยชน์อะไร และไม่จำเป็นต้องรู้ให้มาก หลายด้าน จน กลายเป็นผู้มีความรู้ประเภทท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ผู้เขียนเป็นหนึ่งในคนประเภทนี้ และตอนนี้กำลังปรับแก้ ไม่เช่นนั้น ชีวิตพังแน่นอน ความพยายามที่จะศึกษาหลายเรื่อง ทุกเรื่อง ทำให้ขาดความชำนาญ ขาดความรู้ ในเรื่องนั้นๆ ไม่สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพ อะไรอย่างจริงๆ จังๆ ได้นั่นเอง

 

บุคคลที่ต้องระวังโรค ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

คนส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้รับผลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะมีงานประจำอยู่แล้ว งานส่วนตัว เป็นพนักงาน มนุษย์เงินเดือน ฯลฯ แต่บาง อาชีพหรือคนบางกลุ่มนั้น ได้รับผลกระทบเต็มๆ เช่น

ผู้ที่มีผู้ปกครองหรือมีผู้ให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่าย

เป็นกลุ่มบุคคลที่อาจจะมีคนส่งเสียเลี้ยงดู อย่างกรณีของนักเรียน นักศึกษา เป็นตัวอย่างที่ ชัดเจน ซึ่งจะทำให้มีเวลาว่างอย่างเต็มที่ที่จะทำอะไรหรือไม่ทำอะไร การศึกษาหาความรู้ หลายคนก็ศึกษาไปทั่ว ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ส่ง ผลเสียต่อตัวเอง สิ่งสำคัญที่สุด ก็แค่ ตามให้ทันว่าตอนนี้ ความรู้ใกล้จะท่วมหัวหรือยัง และเป็นความรู้ประเภทไหน บางคนนั้นติดวิดีโอ Youtube ดูทั้งวันทั้งคืน แทบจะทุกประเทศ มีเรื่องราวอะไรแปลกใหม่รู้หมด แต่ความรู้เหล่านี้ ก็เอาไปใช้ประโยชน์ อะไรไม่ได้ นอกจากไว้เล่าให้คนอื่นฟัง หรือสนทนากับผู้อื่น แสดงพาวเวอร์ โชว์ว่าตัวเองรู้มากแค่ไหน

ส่วนกรณีของคนที่มีเงินเก็บเหลือกินเหลือใช้ กรณ๊นี้ก็เป็นความสุขส่วนตัว เพราะไม่ทำให้ตัวเองหรือใครเดือดร้อน 

 

คนทำอาชีพอิสระ

สำหรับคนทำอาชีพอิสระ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสื่อ ผลิตคอนเทนต์ เขียนบทความ นักเขียน แนวนี้ได้รับผลกระทบแน่ และต้องระวังจะทำให้งานหลักเสียหาย หากเลือกที่ จะศึกษาหลายทางเกินไป เกินกำลังสมอง เพราะสุดท้ายก็จะกลายเป็นผู้รู้ทุกเรื่องแต่ไม่สามารถนำความรู้ไปทำมาหากินอะไรได้

 

เปลี่ยนความรู้ให้จับต้องได้ หรือเปลี่ยนเป็นเงิน

ไม่ว่าคุณจะรู้อะไรมากน้อยเพียงใด ให้เปลี่ยนความรู้นั้นๆ ให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้ เวลาที่จะต้องใช้งาน จะเกิดประโยชน์มากกว่า เช่น เขียนลงกระดาษไว้ จดบันทึกไว้ ทำเป็นวิดีโอ หรือเขียนเป็นหนังสือ ฯลฯ นี่คือการเปลี่ยนความรู้ให้จับต้องได้ หากเป็นบทความก็สามารถขายได้ หรือจะนำมาทำเว็บไซต์แบบนี้ก็ได้ บางเว็บไซต์ขายบทความไปแล้วกว่า 1 ล้านบทความ ทำงานหลักสิบล้าน 

 

อยู่เฉยๆ ไม่ศึกษาหาความรู้ใส่หัวเลย สมองเสือมนะ

การอยู่เฉยๆ ไม่ศึกษาหาความรู้อะไรเลย ก็ทำให้สมองเสื่อมนะ เดี๋ยวนี้เราจำเบอร์โทรศัพท์ได้น้อยลงกว่าเมื่อก่อน เพราะเรานิยมบันทึกไว้ในเครื่อง ไม่ต้องจำ เราบวกเลขช้าลง เพราะไม่ค่อยได้ใช้สมอง ก็เลยทื่อ หากหากฝึกไปสักพัก จะเริ่มดีขึ้น การอ่านหนังสือ เราอาจจะพบว่า เริ่มยากในการทำความเข้าใจ ไม่ใช่สมองไม่ดี แต่มันทื่อ ขาดการออกกำลังกาย ในชีวิตผู้เขียนเคยเจอคนสูงวัยอยู่ 3 คัน อายุ 80 2 คน และ 73 อีกหนึ่งคน ทั้งสามคนนี้สมองยังดีมาก ความจำดี ฉลาด ต่างจากคนแก่อายุประมาณนี้ เพราะยังใช้สมองทำงานอยู่ตลอดเวลา เป็นอาจารย์สอนพิเศษ เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง และเป็นวิศวกร ซึ่งเป็นอาชีพที่ต้องคิด วิเคราะห์ และศึกษาอยู่ตลอดเวลา 

หลายคน โดยเฉพาะคนแก่มักจะพากันกลัวว่า คิดมาก จะเป็นบ้า เรื่องนี้ใช่อย่างแน่นอน หากคิดเรื่องไม่ดี คิดเรื่องบ้าๆ ไม่นานก็จะเป็นบ้า แต่หากคิดแต่เรื่องที่ดี คิดและพยายามทำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น ก็จะทำให้สมองดีเช่นกัน 

 

เรียนรู้วิธีค้นหาข้อมูลที่ต้องการจะดีกว่า

ความรู้ในด้านต่างๆ ในโลกนี้ในทุกวันนี้ หาได้ง่ายกว่าเดิมเพราะในแต่ละวัน จะมีผู้คนทั่วโลก ช่วยกันใส่ข้อมูล ป้อนข้อมูล เข้าไปใน อินเตอร์เน็ต ในเฟสบุ๊คมีคนใช้งานหลักพันล้าน ในแต่ละวันจึงมีข้อมูลใหม่ที่จะถูกโพสต์เข้าไปใน Facebook อาจจะหลักพันล้านเช่นกัน ไหนจะเว็บไซต์ต่างๆ อีกหลายล้าน และโซเชียลอื่นๆ ความรู้มากมายมหาศาลเหล่านี้ก็มีทั้งขยะและข้อมูลที่เราไม่จำเป็นต้องรู้ไปทุกเรื่อง เลือกเอาเฉพาะที่สำคัญก็พอ เช่น ความรู้เกี่ยว กับการประกอบอาชีพ เพื่อพัฒนาอาชีพของตนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น และความรู้เกี่ยวกับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่จำเป็นๆ ก็เพียงพอ แล้ว

บทความสอนการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

 

ความรู้มีมากมายและเยอะขึ้นทุกวัน เป็นเรื่องยากที่จะศึกษาได้หมดทุกเรื่อง แต่ไม่ยากที่จะศึกษาแค่เพียงวิธีค้นหาข้อมูลเหล่านั้น รู้จักคัดแยกข้อมูลขยะและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นี่คือความรู้ที่จำเป็นจริงๆ ไม่มีความจำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องให้ความรู้ท่วมหัว ปวดหัว และเสียงานเสียการ

 

ความหมายจริงๆ ของ ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด

มีความรู้ ความสามารถ แต่ไม่สามารถใช้ความรู้นั้นๆ เพื่อทำงาน หรือทำกิจต่างๆ ให้สำเร็จได้ เวลาพูด เหมือนรู้ดี แต่เวลาทำทำอีกอย่่าง หรือทำไม่ได้อย่างที่พูด หรือความรู้ที่มีนั้น ยังไม่ถึงขั้นชำนาญการ รู้แต่หลักการ แต่ปฏิบัติไม่ได้ 

 


Sponsored Ads

.

Sponsored Ads