แม้จะมีความพยายามมุ่งมั่นเพื่อให้ชีวิตประสบความสำเร็จ แต่บางครั้งก็มีอุปสรรคหลายเรื่องที่ทำให้ชีวิตไม่ก้าวหน้า ติดอยู่ กับที่ ไม่สามารถเดินทางไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ได้ อุปสรรคเหล่านี้จำเป็นจะต้องรู้ เพื่อจะได้เตรียมรับมือ เพราะบางคนเสียเวลา เป็นสิบปี กับการเฝ้ารออะไรบางอย่างที่ไม่มีทางเป็นไปอย่างที่คิด และไม่รู้ตัวว่า กำลังติดกับดัก ที่คาดไม่ถึง

ในชีวิตของคนหนึ่งคนย่อมจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ รอบตัว มากบ้าง น้อยบ้างตามสังคมที่ตัวเองอยู่อาศัยหรือการพา ตัวองไปเกี่ยวข้องกับสิ่งรอบตัว จึงมีโอกาสทำให้เกิดอุปสรรคเหนี่ยวรั้งทำให้ไปไม่ถึงจุดหมายของตน ตัวอย่างเช่น

 

การคาดหวังบางอย่างจากครอบครัว คนรอบตัว

ในบางครอบครัวอาจจะให้ความหวังลูกหลานในบางเรื่อง เช่น จะให้ที่ดิน ให้ผลประโยชน์บางอย่าง แต่จะต้องมาช่วยทำอะไร บางอย่างเพื่อครอบครัวหรือเพื่อตัวเอง ซึ่งบางทีอาจจะใช้เวลารอเป็นสิบปีเลยทีเดียวกว่าจะได้สิ่งนั้น พ่อแม่บางคนอาจจะให้ ความหวังว่าจะให้ที่ดินแปลงนั้น แปลงนี้กับลูกหลาน แต่ในชีวิตจริง แม้กระทั่งลมหายใจสุดท้ายก็ยังไม่ได้ยกให้จริงๆ สุดท้ายแล้ว การเฝ้ารอเป็นสิบๆ ปี ก็จะทำให้เกิดความผิดพลาด หากตั้งความหวังไว้ว่าตัวเองจะได้ที่ดินผืนนั้น ก็อาจจะไม่ไปทำอะไรไกลไป กว่านั้น อย่างการซื้อที่ดินที่อื่น เพราะกลัวว่าจะไม่มีเวลามาดูแล จึงไม่ได้ทำอะไร เพื่อรองรับความผิดพลาด

 

เมื่อมีใครสักคนให้ความหวัง ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว พ่อแม่พี่น้อง หรือใครก็ตาม ก็ไม่ควรจะไปยึดเอามาเป็นความหวัง เพราะอาจจะใช้เวลาเป็นสิบปี กลายเป็นสิ่งเหนี่ยวรั้งไม่ให้ไปไหน และติดสินใจผิดพลาด เรื่องแบบนี้หากพิจารณาให้ดี ก็จะพบว่า เป็นเช่นนั้นจริงๆ บางคนก็ต้องรอจนกว่าพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายเสียชีวิตไปแล้ว จึงเริ่มมีการแบ่งมรดกที่ดิน หรือทรัพย์สิน อาจจะ ตามมาด้วยการทะเลาะแย่งมรดกกัน หากมีใครสักคนให้ความหวังแบบนี้ ก็ไม่ควรเสียเวลารอ เพราะสุดท้ายก็มักจะลงเอยแบบนี้ รอเป็นสิบๆ ปี อาจจะได้หรือไม่ได้เลย อยากจะได้อะไร จงลงมือทำเอง หาสิ่งนั้นด้วยตัวเอง ระวังความหวังกลายเป็นอุปสรรคทำ ให้ชีวิตไม่ก้าวหน้า

 

บางคนเป็นลูกจ้าง ทำงานอยู่กับนายจ้าง ซึ่งก็ให้ความคาดหวังว่าจะยกสมบัติ หรือ ผลประโยชน์บางอย่างให้ตน ก็เฝ้ารออยู่ อย่างนั้น เป็นเดือน เป็นปีๆ ผ่านไป ก็ไม่มีวี่แววว่าจะได้อย่างที่ตนต้องการ ซึ่งก็คงจะเป็นช่วงหลังจากนายจ้างเสียชีวิตไปแล้ว เมื่อถึงเวลานั้น ทางญาติพี่้องของนายจ้างต่างหากที่จะมีสิทธิ์ในทรัพย์สินเหล่านั้น บางคนก็หลอกใช้คนอื่นด้วยวิธีแบบนี้ ทำให้ ชีวิตเสียเวลา และก็มักจะสร้างความโกรธแค้น อาฆาตพยาบาทให้ฝ่ายที่ต้องรอเสมอ

 

ความรักที่ไม่สมหวังและการเฝ้ารอ

ความรักเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตของคนเรา แต่ละคนเกิดมาย่อมมีคู่ของตน เพียงแต่จะมาวันไหน เมื่อไร และได้ เวลาจะต้องจากกันเมื่อใด เมื่อเกิดความรัก บางทีการเฝ้ารอคนที่ตัวเองรัก รักไม่เปลี่ยนแปลง ก็ทำให้เสียโอกาสที่จะทำสิ่งที่เป็น ประโยชน์ต่อตนเอง บางคนไม่มีจิตใจจะทำอะไร ทำตัวเหลวไหล เป็นปีๆ เพราะผิดหวังในความรัก แม้จะไม่คบใครใหม่ แต่การ ไปเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ก็ย่อมจะเป็นผลดีกว่าการรอ รอให้ใครคนนั้นกลับมารักกันเหมือนเดิม ซึ่งความรักที่ผ่านไปแล้ว มันก็ต้อง ผ่านไป จบลงแล้ว อาจจะมีไม่กี่คู่ที่รักกันยืนยงเป็นสิบกว่าปี เหมือนเอี้ยก้วยกับเซียวเหล่งนึ่ง แม้จะจากกัน 16 ปี แต่ความรักก็ ยังคงอยุู่เหมือนเดิม ชีวิตจริงทุกวันนี้ จากกันไม่กี่นาทีก็อาจจะเป็นอื่นไปแล้ว

 

ความรัก ความผูกพันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่เป็นสิ่งที่สามารถผูกมัดผู้คนให้ติดอยู่ด้วยกันได้ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี ห้าปี สิบปี หรือทั้งชีวิต แต่สิ่งนี้ก็อาจจะยึดบางคนไว้กับที่ ทำให้ชีวิตไม่ไปถึงไหนสักที

 

ความเคยชิน ติดในความสุข โซนความสุข

โซนหรือเขตแห่งความสุข มุมแห่งความสุข หรือคอมฟอร์ทโซน ก็แล้วแต่จะเรียกกันไป ในทางพุทธศาสนาก็จะมีเรื่องเล่าคล้าย กันแบบนี้ ก็คือ หนอนติดอยู่ในถังส้วม แหวกว่าย กิน ถ่าย อยู่อย่างนั้น มีความสุข มีเพื่อนเป็นเทวดามาชวนไปอยู่ด้วยก็ไม่ไป คนเราก็เช่นกัน การติดอยู่ในมุมแห่งความสุขของตน ก็จะเป็นอุปสรรคเหนี่ยวรั้งทำให้ไปไหนไม่ได้ ซึ่งมุมสบายส่วนตัวนี้ อาจจะ เป็นที่ที่น่าอยู่ หรือไม่น่าอยู่ก็ตาม

 

มุมแห่งความสุขหากเป็นสิ่งดี เช่น การมีชีวิตเรียบง่ายสบายๆ ไม่มีปัญหาชีวิตในเรื่องอื่น ไม่มีปัญหาทรัพย์สินเงินทอง สุขภาพ แต่เป็นมุมที่มีความสุขจริงๆ เป็นจุดหมายของเรา ก็ถือว่าเป็นความชอบส่วนตัว เพราะชีวิตแบบนี้จะมีความสุขจริงๆ แต่หากชีวิต ยังลุ่มๆ ดอนๆ มีปัญหาการเงินบ้าง สุขภาพบ้าง หรือคุณภาพชีวิตไม่ดีนักกับการติดอยู่ตรงนั้น ตัวอย่างเช่น การทำงานรับจ้าง หรือเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานไปวันๆ บ้านก็ต้องเช่า เงินที่ได้มาก็กินเที่ยว ดื่ม หมดไปในแต่ละเดือน ไม่มีเงินเก็บ ชีวิตไม่มี ความมั่นคงแต่อย่างใด กรณีนี้ก็ถือว่าน่าเป็นห่วง ต้องหาทางถีบตัวออกมาจาก โซนนั้นให้ได้ เพื่อพัฒนาตนเองไปอยู่ในคอม ฟอร์ทโซนที่มีความสุขอย่างแท้จริง อย่างการมีบ้านเป็นของตนเอง มีรายได้ มีเงินเก็บ ไม่มีปัญหาใดๆ รับกวน แต่ใช้ชีวิตเรียบง่าย สบายๆ ไม่มีเรื่องเดือดร้อน

 

การเฝ้ารอสิ่งที่ไม่มีโอกาสเป็นจริง

บางคนเฝ้ารอโชคชะตา หรือรอเงินหล่นจากฟ้า หรือโชคจากการซื้อล็อตเตอรี่ เพื่อให้มีทุนสำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจ บางคนติด อยู่กับความคิดเช่นนี้ รอมาเป็นปี หลายปี สิบปี ก็มี สิ่งที่ทำให้ตัวเอง ติดอยุ่กับที่ไม่ไปไหน ก็คือความคิดของตนเอง นั่นเอง การ เฝ้ารอในลักษณะนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เหนี่ยวรั้งทำให้ชีวิตไม่พัฒนา ไม่ก้าวหน้าไปถึงไหน ดังนั้นจึงต้องลงมือทำ อยากได้ อะไร ก็ต้องลงมือทำด้วยตนเอง อย่าเอาแต่รอโชคชะตา

 

ภาระรอบตัวมากเกินไป ทำให้ไปไหนไม่ได้

ภาระรอบตัวคนเรานั้น หากเป็นสิ่งมีชีวิตก็จะส่งผลอย่างมาก กลายเป็นอุปสรรคเหนี่ยวรั้งไม่ให้ชีวิตก้าวไปข้างหน้า และแก้ไขได้ ยากที่สุด ดังนั้นก็พยายามอย่าไปสร้างภาระ สร้างเงื่อนไขให้ตัวเองมากเกินไปนัก เช่น

1. การมีครอบครัว

การมีครอบครัว พี่น้อง มีคู่ครอง มีบุตรหลาน ที่ต้องรับผิดชอบ หาเลี้ยง ดูแล ก็อย่าไปยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง เป็นเสาหลัก มี หน้าที่หาเงินอยู่คนเดียว แต่ต้องให้คนรอบข้างเหล่านี้ได้เรียนรู้วิธีการช่วยเหลือตัวเอง รู้จักเอาตัวรอดหรือช่วยเหลือธุรกิจ ไม่ เช่นนั้นก็จะเป็นอุปสรรคขัดขวางทำให้ชีวิตไม่ก้าวไปได้ไกลอย่างที่คิด บางคนมีลูก ด้วยความขี้หึง ฝ่ายภรรยาก็เอาลูกมาเป็นข้อ ผูกมัดฝ่ายสามี หวังไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง แทนที่จะทำตัวเองให้มีเสน่ห์ ผัวรัก ผัวหลง คราวนี้ภาระหนักก็จะไปอยู่กับอีกฝ่าย ไหนจะต้องทำงานหาเงิน เลี้ยงดูลูก อีกฝ่ายสบายใจไม่ต้องทำอะไรมากนัก แต่หากเกิดปัญหาการงาน การเงินขึ้นมา ก็จะพากัน เดือนร้อน

 

นอกจากคนในครอบครัวแล้ว การมีเพื่อน ก็มีส่วนทำให้ชีวิตติดกับดัก ไปไหนไม่ได้ ซึ่งจะโทษใครไม่ได้ นอกจากตัวเอง เพราะคน เราส่วนใหญ่ชอบไปยุ่งเรื่องของคนอื่น บางคนก็พยายามชวยเหลือเพื่อนหรือคนรอบตัวเป็นอย่างทีตนต้องการหรือมีชีวิตที่ดีขึ้น ในขณะที่อีกฝ่ายนั้น ก็พอใจกับชีวิตของตนที่เป็นอยู่ ไม่ได้อยากจะเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด หรือบางคนก็กลับสร้างปัญหา ภาระ ให้อีกฝ่ายต้องช่วยเหลือ ไม่รู้จักหยุดจักหย่อน นับวันก็สร้างปัญหาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น มีสัตว์เลี้ยง ปลูกต้นไม้ มีบ้านหลายหลัง รถหลายคัน ทรัพย์สมบัติมากมายที่ต้องการคนช่วยดูแล สิ่งสำคัญก็คือต้องจัดการกับตัวเองและปล่อยวาง ให้แต่ละชีวิตได้เติน ตามทางของตนเอง อย่าเอาสิ่งเหล่านั้นมาผูกมัดตัวเองไว้ ไม่ให้ไปไหน เพราะบางทีเราก็อาจเสียเวลาเป็นปีๆ กับคนในลักษณะนี้ ส่วนคนเหล่านั้น ก็อาจจะไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร กำลังสร้างปัญหาให้ตัวอง จะรู้ตัวก็ต่อเมื่อถึงเวลาของมัน ซึ่งหากใช้เวลาเป็น สิบปี ก็จะพากันเสียเวลาเป็นสิบปีเช่นกัน

 

เรื่องนี้ก็เป็นประสบการณ์ตรงกับคนรอบตัวบางคน ที่ผู้เขียนได้ประสบมา ปัจจุบันี้ เทคโนโลยี่เปลี่ยนไป งานบางอย่าง ก็ เปลี่ยนไป แต่คนรุ่นเก่าบางคนไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง การพยายามให้ความช่วยเหลือ ก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะคนเหล่านั้น ก็ยังยึดถือวิธีทำงานแบบเดิมๆ ไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง ยิ่งคบกันก็ยิ่งต้องช่วยแบกภาระใส่ตัวเอง

 

2. การมีสัตว์เลี้ยง

การมีสัตว์เลี้ยง ก็เป็นภาระที่กลายเป็นอุปสรรคทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก โดยเฉพาะบางคนนั้นรักสัตว์เลี้ยงมาก ยุงไม่ ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม รักมาก หวงมาก คอยสังเกตุพฤติกรรมแทบทุกลมหายใจเข้าออก หากมีอาการผิดปกติก็จะเป็นทุกข์เป็นร้อน ทันที บางคนหมกมุ่นหนักมากพูดถึงสัตว์เลี้ยงแสนรักของตัวเองแทบจะตลอดเวลา

 

ผู้เขียนมีเพื่อนในลักษณะนี้ รักสัตว์เลี้ยงมาก เป็นเวลาหลายปีแล้วตั้งแต่เริ่มมีสัตว์เลี้ยง ทุกครั้งที่เจอกันนั่งคุยกัน 3-4 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น ก็จะพูดถึงสัตว์เลี้ยงของตัวเองตลอดเวลา เรื่องเดิมๆ พูดวนซ้ำไป ซ้ำมา ไม่มีเบื่อ เรื่องเดิมคุยอยู่อย่างนั้นเป็น ร้อยครั้ง สัตว์เลี้ยงหลายตัวก็พูดวนไปวนมา กรณีนี้ก็ไม่ต้องไปทำมาหากินอะไรแล้ว ติดกับดักอยู่ตรงนี้

 

บางครั้งเราก็พาตัวเองไปติดกับคนเหล่านี้ เพราะความที่อยากจะเปลี่ยนคนเหล่านั้น หรือสอน หรือแนะนำให้คิดได้ และเลิก หมกมุ่นกับบางเรื่องมากเกินไป เรื่องนี้ก็ต้องระวัง เพราะความผิดก็เกิดจากตัวเราเองที่พยายามเข้าไปวุ่นวาย ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายก็ไม่ ได้ทุกข์ร้อนอะไร มีความสุขที่ได้ทำอย่างนั้น

 

ในขณะที่บางคนก็เน้นให้สัตว์เลี้ยงอย่างหมาแมว ให้ดำเนินชีวิตไปตามทางของตัวเองเพราะเป็นบ้านสวน ไม่มีเวลาดูแลมากนัก เตรียมที่อยุ่ อาหารและน้ำให้เท่านั้น ซึ่งก็มีอาหารกินตลอดเวลา แต่ละชีวิตก็ดำเนินไปตามทางของตัวเอง เรียนรู้ที่จะเอาตัวรอด ก็จะไม่เป็นภาระมากเกินไปนัก เพราะสัตว์เลี้ยงก็เหมือนคน หากดูแลเอาใจใส่มากเกินไปก็จะเริ่มเรื่องมาก โดยเฉพาะเรื่อง อาหารการกิน และบางตัวก็เริ่มเอาแต่ใจ เหมือนคน

 

3. สิ่งมีชีวิตชนิดอื่น พืช ผักต้นไม้

สิ่งมีชีวิตอีกประเภทหนึ่ง แม้จะไม่มีแววตา หรือเสียง หรือพฤติกรรมน่ารักน่าชัง ชวนให้หลงไหนเหมือนสัตว์เลี้ยง แต่ก็ทำให้ติด กับสิ่งเหล่านี้ไปไหนไม่ได้เหมือนกัน อย่างพืช ผัก ต้นไม้ ไม้ประดับ ไม้กระถาง สวยๆ งามๆ การดูแลรถน้ำ อาจจะใช้เวลาวันละ หลายชั่วโมง กลายเป็นภาระ เสียเวลาไปทำงานอื่น

 

ความอิจฉาของคนรองข้าง

บางครั้งเราก็อาจจะมีศัตรูทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ทั้งที่มองเห็น มองไม่เห็น หรือคาดไม่ถึง อย่างความอิจฉาของคนรอบข้าง หรือแม้ แต่คนในครอบครัวของเราเอง อย่างพี่น้องที่ใกล้ชิดกัน บางครอบครัวมีแค่ 2 คนพี่น้อง ก็ไม่ลงรอยกัน ทะเลาะกัน มีปัญหากัน เพราะพ่อแม่ทิ้งทรัพย์สมบัติเอาไว้มาก บางครอบครัว มีพี่น้อง เป็นชาย หรือหญิง ติดกัน ก็จะกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน มีแต่ ความอิจฉากัน ใครเด่นเกินหน้าเกินตาไม่ได้ เมื่อเริ่มหนักเข้าก็พร้อมจะฆ่ากันให้ตายกันไปข้าง ผู้เขียนได้เห็นคนประเภทนี้มา ไม่น้อย แม้กระทั่งในครอบครัวของตนเอง เพราะความอิจฉาบางครั้งก็อาจจะทำอะไรบางอย่างเพื่อขัดขวางการดำเนินชีวิตหรือ การทำธุรกิจของอีกฝ่าย

การแก้ปัญหาในเรื่องนี้ไม่ง่ายนัก อย่างแรกต้องวิเคราะห์พฤติกรรมของคนรอบตัว ญาติพี่น้อง คนใกล้ตัวก่อน ว่าเป็นอย่างไร มี พฤติกรรมอย่างที่ว่ามาหรือไม่ หากใช่ก็ต้องเตรียมรับมือ ด้วยการวางตัวให้ห่าง ทิ้งระยะห่าง อย่าสนิมสนมกันมากนัก แม้จะ เป็นพี่น้องกันก็ตามที เพื่อไม่ให้ฝ่ายที่อิจฉาสามารถทำอะไรได้มากนัก และหากได้ดี มีทรัพย์สมบัติ มีรายได้มาก ก็ต้องระวังใน เรื่องการคุยโว โอ้อวด การโชว์ร่ำโชว์รวย เพราะจะยิ่งสร้างความอิจฉาและโกรธแค้นให้อีกฝ่ายมากขึ้น สำหรับบางคนแล้ว มันจะ ยิ่งกลายเป็นความแค้นที่ตัวเองด้อยกว่า แม้จะเป็นพี่น้องคลานตามกันมาก็ตามที พยายามทำตัวเงียบๆ ไม่ต้องสนใจ หรือไป วุ่นวายอีกฝ่ายมากนัก เรื่องนี้ก็เป็นประสบการณ์ตรงที่ได้เจอมากับตัวเอง อีกเช่นกัน

 

ความอิจฉาที่เกิดจากคนในครอบครัว พี่น้องกันเองนั้นอาจจะไม่เท่าไร แต่ผู้เขียนได้เจอกับคนรอบตัว ญาติพี่น้อง ซึ่งได้สร้าง ปัญหารบกวนมากกว่านั้น กลายเป็นปัญหาทะเลาะกันเป็นสิบปี เป็นอุปสรรครบกวนสมาธิในการใช้ชีวิต การทำงานอย่างมาก

 

สิ่งที่มองไม่เห็น

บางครั้งสิ่งที่ทำให้คนเราติดอยู่กับที่ ไปไหนไม่ได้ ก็อาจจะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ความเชื่อทางพุทธศาสนาจะเชื่อในเรื่องของกรรม เจ้ากรรมนายเวรได้ตามมารังควาน ทำอะไรก็ไม่รุ่ง ทำอะไรก็ไม่ได้ดี หากทำทุกอย่างดังที่ว่ามาแล้วไม่ดีขึ้น ก็ต้องทำบุญแผ่ เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรให้มากๆ เพราะการสาปแช่งให้ไม่เจริญ ความอาฆาตแค้นก็มีส่วนขัดขวางกลายเป็นอุปสรรคทำให้ ชีวิตไม่ก้าวหน้าได้เหมือนกัน

 

สิ่งที่มองไม่เห็นนั้น นอกจากเรื่องเจ้ากรรมนายเวรแล้ว ที่น่ากลัวมากก็คือการกระทำทางไสยศาสตร์ ซึ่งเรื่องนี้มีอยู่จริง มีคนเก่ง ทางนี้ในจังหวัดติดชายแดนกัมพูชา อย่าง สระแก้ว จันทบุรี โดยเฉพาะทางสุรินท์ บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด แถบนี้มีจอมขมังเวทย์เก่งๆ ที่ พร้อมจะทำของใส่คู่กรณีตามที่ต้องการ ซึ่งบางคนกว่าจะเชื่อว่าเป็นเรืองจริงก็หมดเงินไปมากมายกับการหาวิธีรักษาทางแพทย์ แผนปัจจุบันหรือวิทยาศาสตร์ เพื่อนผู้เขียนก็เจอมากับตัว จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด

 

อุปสรรคที่เกิดจากตัวเราเอง

อุปสรรคที่ขัดขวางทำให้ชีวิตไม่ก้าวหน้า ที่หนักหนาสาหัสและแก้ไขได้ยากที่สุด ก็คือ ปัญหาที่เกิดจากตัวเราเอง พฤติกรรม บางอย่างของเราเองที่ขัดขวางความก้าวหน้าของชีวิต เช่น ติดเหล้า ติดการพนัน ติดเที่ยว ติดอบายมุข ขี้เกียจ ติดความสบาย ติด Youtube ติดโซเชียล ติดเทคโนโลยี ฯลฯ การแก้ปัญหาค่อนข้างยาก แต่ก็ต้องพยายามลงมือทำ อาจะมีโอกาสหลุดพ้น และ ประสบความสำเร็จในชีวิต

 

อุปสรรคที่ขัดขวางทำให้ชีวิตของคนเราไม่ก้าวหน้าหรือประสบความสำเร็จ ก็มีหลายเรื่อง สรุปก็จะแยกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ก็ คือ สิ่งรอบตัว ทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต และตัวเราเอง การรู้ให้เท่าทันปัญหาตัวเองเป็นเรื่องสำคัญเพื่อจะได้หาทางแก้ไข เพราะ บางคนก็เฝ้ารออะไรบางอย่างเป็นปีๆ โดยไม่เคยคิดเลยว่า ต้องแก้ไขที่ตัวเราเองจึงจะประสบความสำเร็จ อย่างคนชอบการพนัน ชอบเล่นหวย ซื้อล็อตเตอรี่ บางคนก็จะเฝ้ารอให้ถึงวันหวยออก และเสี่ยงโชค ฝันหวานรอให้รวย ทำแบบนี้มาเป็นปีๆ หากตาม ทันความคิดตัวเอง รู้จักคิดวิเคราะห์ทบทวนส่งที่ผ่านไปแล้ว ก็จะรู้ว่า การรอแบบนั้น ไม่มีทางรวย บางคนนั้นแต่ละงวดซื้อ ล็อตเตอรี่หลักหมื่นบาท คิดเป็นเงินต่อปีก็หลักแสนบาท หากหยุดเล่น นำเงินไปลงทุน ทำมาหากิน ชีวิตอาจจะไปไกล ประสบ ความสำเร็จ ร่ำรวยอย่างที่คาดหวังไปนานแล้ว

หวังว่าบทความนี้คงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านนะครับ หากพบว่าตัวเองทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ ก็ต้องหาเวลาคิดทบทวน ถึงสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา คนรอบตัว และตัวเราเอง หาจุดอ่อนให้พบ ก็จะมีโอกาสแก้ไขและพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้า ประสบ ความสำเร็จได้อย่างแน่นอน เพราะบางเรื่องก็เหมือนเส้นผมบังภูเขา มีปมเล็กๆ นิดเดียวที่ทำให้ชีวิตไม่ไปถึงไหน แต่เราก็หาไม่ พบ บางทีก็ใช้เวลาเป็นสิบปีเลยทีเดียว

 


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ ก่อนคบใครต้องดูให้ดี

ความหมาย : สำนวนนี้ใช้สอนในเรื่องการคบคน จะคบใครต้องดูให้ดีเสียก่อน เพราะอาจจะทำให้เกิดความเดือนร้อน ในภายหลัง เพราะคนๆ นั้นอาจจะเข้ามาเพราะหวังผลประโยชน์ก็ได้ อ่านเพิ่มเติม..



เรียนคำศัพท์อังกฤษ วันละคำ พร้อมตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล

 

บทความอธิบายการใช้กริยา 3 ช่อง lose lost lost ทำหาย ตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล กริยาแบบนี้จะมีการ เปลี่ยนรูปไปตามกาล ปัจจุบัน อดีต และอนาคต รูปแบบคำจะเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม พร้อมยกตัวอย่างการใช้คำกริยานี้เพิ่มเติม เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น