ความหมาย : สำนวนนี้เป็นคำสอนในการเลือกคู่ครอง จะต้องดูไปถึงแม่ แม่เป็นอย่างไร ลูกก็มักจะเป็นอย่างนั้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูว่า ใครเป็นคนสอนลูก สาว พ่อหรือแม่ หรือปู่ย่าตายาย อาจจะมีนิสัยไม่เหมือนแม่ก็ได้

ตัวอย่าง :

การเลือกคู่คนโบราณ จะต้องพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ดูเพียงแค่ตัวหญิงสาวที่หมายปอง แต่ต้องดูถึงแม่ด้วย ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ เพราะแม่เป็นอย่างไร ก็มักจะสอนลูกแบบนั้น

ปัจจุบันนี้ หากจะเลือกคู่ครองสักคน อาจจะใช้วิธี ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ ไม่ได้ผลแล้ว เพราะคนรุ่นใหม่ไม่เหมือนคนรุ่นเก่า บางคนก็ยึดดารา เน็ตไอดอลเป็นแบบอย่าง ต้องศึกษาความรู้สึกนึกคิด ศึกษาความคิดว่าไปกันได้หรือไม่ ส่วนพ่อแม่นั้น ก็ไม่ต้องมี อะไรมาก สะสมทรัพย์สมบัติไว้มากๆ ก็น่าจะขอแต่งงานได้ไม่ยาก

เมื่อลูกชายเริ่มโตเป็นหนุ่ม แม่ก็มักจะสอนลูกชายอยู่เสมอในเรื่องการเลือกคู่ การมีแฟน จะเลือกใคร ก็ต้องดูไปถึงแม่ด้วย หาโอกาส เข้าถึงครอบครัวฝ่ายหญิง เพื่อดูว่า นิสัยใจคอเป็นอย่างไร เพราะลูกเป็นอย่างไร แม่ก็จะไม่ต่างกัน บางคู่คบกันแล้ว ปรากฏว่า สุดท้าย ครอบครัวของอีกฝ่ายไม่ปลื้ม ไม่ชอบ ก็ต้องเลิกรากันไป เสียเวลา เสียใจ

ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ แต่ถ้าแม่ตัวเท่าช้าง ก็ไม่ต้องดูให้เสียเวลา อนาคตก็คงจะเป็นช้างเหมือนกัน


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

นอนหลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็น ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเลย นอนนับสนิทไม่รู้เรื่อง

ความหมาย : สำนวนนี้มักจะใช้กล่าวถึงอาการนอนของคนที่นอนหลับสนิทมาก นอนหลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็น มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นในบ้าน ก็ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย นอนหลับเป็นตาย โจรขึ้นบ้านก็ยังไม่รู้ อ่านเพิ่มเติม..