ความหมาย : สำนวนนี้มักใช้พูดจาเปรียบเทียบคนได้ของดี มีของดีอยู่ใกล้ตัว แต่กลับไม่รู้จักใช้ให้ป็นประโยชน์ ไม่รู้คุณค่าในของสิ่งนั้น ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นธรรมดาปกติของคนเรา มักจะไม่เป็นค่าของดีที่อยู่ใกล้ตัว จะเห็นค่าก็ต่อเมื่อสิ่งนั้นไม่อยู่แล้ว

สำนวนนี้เราอาจจะใช้ในการเปรียบเทียบคนที่มีของดีใกล้ตัว เช่น มีครอบครัวที่ดี มีโอกาสที่ดี มีแฟน มีหน้าที่การงานที่ดี แต่กลับทิ้ง โอกาสหรือไม่ใช้โอกาสนั้นๆ ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง

ตัวอย่าง :

นาย โชค เคยเป็นคนจน แต่โชคดี ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ได้เงินหลายล้านบาท แต่กลับไม่นำเงินไปลงทุนหรือใช้ในสิ่งที่เป็น ประโยชน์ กลับใช้จ่ายในสิ่งที่ฟุ่มเฟือย จนกระทั่งเงินหมด เหมือนไก่ได้พลอย มีของตัวแต่ไม่รู้คุณค่า ไม่รู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์ หากนำ เงินไปลงทุน ทำกิจการต่างๆ ก็ย่อมจะต่อยอด สร้างรายได้เพิ่มขึ้น การใช้งานฟุ่มเฟือยไม่เกิดประโยชน์ใดๆ เมื่อเงินหมด ชีวิตก็กลับมา ยากจนเหมือนเดิม

สมทรงเคยมีแฟนเป็นลูกสาวคนรวย เธอเป็นผู้หญิงที่ดีมาก ดูแลเขาอย่างดี แต่เขาก็ไม่ค่อยจะใส่ใจ ดูแลเธอมากนัก เหมือนไก่ได้ พลอย ได้ของดีอยู่กับตัว แต่ไม่รู้คุณค่า กว่าจะรู้ก็สายไป เมื่อเธอได้จากไปแล้ว

ในช่วงหนึ่งของชีวิตคนเรานั้น มีโอกาสเป็น ไก่ได้พลอย กันทุกคน โบนัสออกบ้าง มีลาภก้อนใหญ่เข้ามาบ้าง มีเรื่องดีๆ เข้ามาใน ชีวิตบ้าง แต่เชื่อเถอะว่า หลายครั้งเหมือนกันที่เรามักจะปล่อยให้โอกาสดีๆ เรื่องดีๆ สิ่งดีๆ เหล่านั้น หลุดลอยไป โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ จากโอกาสดีๆ เหล่านั้น

 


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

วิธี ใช้เงินอย่างมีสติ ระมัดระวัง ก็จะไม่เสียเงินโดยไม่สมควร

การใช้เงินอย่างมีสติ เป็นเรื่องที่ยากที่สุด เมื่อมีสตางค์มาก สติก็มักจะไม่มี แต่เมื่อสตางค์หมด สติก็จะกลับมา ความผิดพลาดทาง การเงิน ใช้เงินอย่างขาดสติ จึงเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บางครั้งแม้จะวางแผนการเงินอย่างดีแล้วก็ตาม เพราะบางเรื่อง นั้นยากจะควบคุมจริง ส่วนบางเรื่องแม้จะวางแผนการใช้เงินอย่างดี แต่ก็สามารถเกิดเหตุไม่คาดฝันได้เช่นกัน อ่านเพิ่มเติม..