Sponsored Ads

สำหรับมือใหม่ที่ต้องการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ท่านควรทราบขั้นตอนทั้งหมด เพื่อจะได้เตรียมตัว เตรียมเอกสารให้พร้อม ประหยัดเวลา เพราะหลายๆ คนทำงานประจำ จำเป็นต้องลาหยุดเพื่อไปติดต่อกับกรมขนส่งหรือสำนักงานขนส่งในแต่ละจังหวัด หากคิวยาว ก็อาจจะต้องเดินทางข้ามไปจังหวัดอื่น การรู้ขึ้นตอนทั้งหมดจะช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมาก

 

ตัวอย่างขั้นตอนทั้งหมดในการให้บริการเกี่ยวกับการสอบใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งแต่ละแห่ง กรมขนส่งทางบกในกรุงเทพหรือสำนักงานขนส่งในแต่ละจังหวัด อาจจะมีขั้นตอนมากน้อยไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนประชาชนที่ไปติดต่อ หากมีจำนวนมาก ขั้นตอนต่างๆ อาจจะมากหรือน้อย ระยะเวลาในการดำเนินการอาจจะช้าหรือเร็วไม่เท่ากัน

 

ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการสอบใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์

ด่านแรกควรศึกษาเกี่ยวกับการสอบเสียก่อน เพื่อให้มีความรู้ในเบื้องต้น ซึ่งข้อมูลต่างๆ สามารถค้นหาผ่าน Google หรือดูจากวิดีโอใน Youtube มีข้อมูลเยอะมาก

 

การเตรียมเอกสารสำหรับสอบใบขับขี่ให้พร้อม

การสอบใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์จะมีเอกสารที่ต้องใช้ ที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนจะไปทำการจองคิวอบรม เช่น
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และ บัตรประชาชนฉบับจริง
2. ใบรับรองแพทย์ ปกติใกล้ๆ กับสำนักงานขนส่งหรือกรมขนส่ง จะมีคลีนิคแพทย์ สามารถใช้บริการได้เลย

 

การติดต่อจองคิวอบรมและสอบภาคทฤษฎี

เมื่อเตรียมเอกสารพร้อมแล้ว ให้ไปจองคิวอบรมก่อน ให้ศึกษาและสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับกรมขนส่งหรือสำนักขนส่งในสถานที่ที่จะไปติดต่อ สอบถามข้อมูลต่างๆ เช่น
- การจองคิวสามารถจองผ่านทางโทรศัพท์ หรือเว็บไซต์ได้หรือไม่
- คิวในขณะนั้น มากน้อยแค่ไหน เพราะบางแห่งอาจจะรอนานหลายเดือน กว่าจะได้อบรม สอบภาคทฤษฎีและสอบภาคปฏิบัติ อาจจะกินเวลาเกือบครึ่งปี ก็ได้ หากคิวแน่นมาก ก็ต้องไปติดต่อทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ที่จังหวัดใกล้เคียงที่น่าจะมีคนน้อยคิวไม่ยาวมาก

เมื่อได้คิววันนัดหมายเพื่อเข้าอบรมและสอบภาคทฤษฎีแล้ว ซึ่งจะกินเวลาอาจจะเกินเดือนหรือหลายเดือน ระหว่างนี้ให้หาซื้อหนังสือ คู่มือสอบใบขับขี่มาอ่าน มาศึกษา หรือดาวน์โหลดข้อสอบจากอินเตอร์เน็ตมาท่อง จำคำตอบให้ได้ จะมีทั้งหมด 1000 ข้อ โดยจะส่งมาให้ทำ 50 ข้อ ต้องผ่าน 45 ข้อขึ้นไป

 

การอบรมและสอบภาคทฤษฎี

เมื่อถึงเวลาตามคิวที่ได้รับนัดหมาย ก็จะให้ไปอบรมความรู้เกี่ยวกับกฏหมาย กฏจราจร การใช้รถ ใช้ถนน มารยาทการขับขี่ ข้อบังคับต่างๆ จากนั้นจะทดสอบสมรรถภาพเพื่อดูว่าจะสามารถขับขี่ได้หรือไม่ เช่น เหยียบเบรค ดูไฟสัญญาณ การอบรมจะดำเนินการใช่วงเช้า ไปจนถึงประมาณ 15:00 จากนั้น ใครพร้อมที่จะสอบภาคทฤษฎีก็เข้าห้องสอบได้เลย ใครไม่พร้อมให้ทำการ

 

ก่อนจะถึงวันอบรมและสอบภาคทฤษฎีให้หาซื้อหนังสือ คู่มือสอบใบขับขี่มาอ่าน วันสอบต้องผ่าน จะได้ไม่เสียเวลา สำหรับผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนแล้ว ก็จะได้ใบนัดให้มาทำการสอบภาคปฏิบัติ

 

การสอบภาคปฏิบัติสอบท่าบังคับขับรถจักรยานยนต์

ในใบนัดให้มาทำการสอบภาคปฏิบัติจะกินเวลาหลายวัน ระหว่างนั้น ให้ศึกษาและฝึกขับรถจักรยานยนต์ตามท่าบังคับให้คล่อง อย่าประมาทคิดว่าตัวเองขับมานานแล้ว ไม่มีปัญหาผ่านแน่ๆ ท่าบังคับจะมีอยู่ท่าเดียวที่น้อยคนจะผ่านในครั้งแรก นั่นก็คือ ท่าขับผ่านและทรงตัวบนทางแคบ ต้องอยู่บนนั้น ไม่น้อยกว่า 10 วินาที ในระยะทาง 15 เมตร แปลง่ายๆ ก็คือ ในระยะทาง 15 เมตร จะต้องขับรถไปให้ช้าที่สุด ห้ามเร็วเกิน 10 วินาที ช้ากว่านั้นจะยิ่งดี ถ้าสามารถทำได้ ส่วนใหญ่จะตก เพราะทำเวลาได้ประมาณ 7-9 วินาทีเท่านั้น หลายคนต้องไปสอบซ้ำหลายรอบ

 

การทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์เมื่อผ่านการสอบภาคปฏิบัติ

เมื่อสอบภาคปฏิบัติผ่านแล้ว ก็นำเอกสารไปยื่นเพื่อทำใบขับขี่ ใช้เวลาไม่นานก็จะได้ใบขับขี่ตามต้องการ

การทำใบขับขี่ในปัจจุบันจะค่อนข้างเข้มงวด เพราะมีการใช้รถจักรยานยนต์จำนวนมาก และผู้ที่ไม่มีใบขับขี่ ตลอดจนไม่มีความรู้เกี่ยวกับกฏหมาย กฏจราจร การใช้รถ ใช้ถนน มารยาทการขับขี่ ข้อบังคับต่างๆ ฯลฯ ก็ค่อนข้างมากเช่น กัน ผู้ขับขี่จำนวนไม่น้อยที่ยังเป็นเด็กตั้งแต่ประถมศึกษาขึ้นไป แม้จะเป็นเด็ก แต่ก็มีความจำเป็นต้องใช้รถไปโรงเรียน พื้นฐานของหลายคนเริ่มจากการขับจริง แต่ไม่มีความรู้ทางทฤษฎี ทำให้อุุบัติเหตุบ่อยครั้งกับการใช้พาหนะขนาดเล็กแบบนี้

Sponsored Ads

.

.

ค้นหาด้วย Google ...