ความหมาย : สำนวนนี้มักจะใช้พูดถึงคนที่ไม่มีความสามารถ ในการเรียนรู้ ตักน้ำรดหัวตอ สอนอย่างไรก็ไม่ได้ผล ไม่รับ ไม่สามารถทำตามที่สอนได้

ตัวอย่าง :

เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนก็ยากจะสอนให้เรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ตักน้ำรดหัวตอ สอนไปก็แค่นั้นไม่มีประโยชน์

สมองของคนเรา หากไม่ใช้งานนานๆ ก็จะเริ่มแย่ จำอะไรไม่ค่อยได้ เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ก็ช้ามาก บางคนก็เข้าข่าย ตักน้ำรดหัวตอ สอนไม่ได้ สอนไปก็ไม่รู้เรื่อง ดังนั้นต้องพยายามใช้สมองคิด เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา เพื่อให้สมองได้คิดได้ทำงาน สมองก็จะไม่ เสื่อมเร็วเกินไปนัก

คนบางคนสอนไม่ได้ เหมือน ตักน้ำรดหัวตอ ตอไม้ที่ตายแล้ว รดอย่างไร ก็ไม่มีทางแตกใบ แตกยอด เหมือนคนแก่สองเสื่อมแล้ว สอนอะไร ก็ไม่รับรู้

บางครั้งเราก็ทำตัวเป็น ตักน้ำรดหัวตอ ไม่รับไม่รู้ ไม่เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จริงๆ แล้วสมองของเราอาจจะไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ใจไม่ เปิดรับ เมื่อใจไม่เปิดรับ ก็จะไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

เรื่องควรรู้กับความกลัวการทำธุรกิจส่วนตัวหรืออาชีพอิสระ

การทำธุรกิจส่วนตัวหรือทำอาชีพอิสระเป็นเรื่องที่บางคนนั้นเกิดความกลัวในหลายๆ ด้าน เพราะอาชีพแบบนี้ ในเรื่องความ มั่นคงนั้น จำเป็นจะต้องสร้างเอง และยังต้องเจอหรือผจญกับปัญหาสารพันที่จะตามมา คนไม่น้อยจึงเลือกเป็นลูกจ้าง เป็น พนักงานหรือข้าราชการ อ่านเพิ่มเติม..