ความหมาย : สำนวนนี้มักจะใช้พูดถึง คนที่หวังในสิ่งที่สูงกว่า เกินกว่าฐานะของตนเอง ใฝ่สูงจนเกินศักดิ์ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาเดือดร้อนตามมากับตัวเอง เพราะทำ อะไรเกินตัว เกินกำลังความสามารถ

ตัวอย่าง :

การ ใฝ่สูงจนเกินศักดิ์ หวังสิ่งที่สูงกว่าฐานะของตนเองมักจะ ทำให้เดือดร้อน หรือต้องเหนื่อยมากกว่าจะสามารถทำได้สำเร็จ โดยเฉพาะหากสิ่งที่คาดหวังนั้นเป็นเรื่องความรัก มีคู่ครองที่สูง ศักดิ๋ร่วมรวย ฐานะดี มีชื่อเสียง มากกว่าตนเอง การจะต้องสร้าง เนื้อสร้างตัวหรือทำตัวให้เป็นที่ยอมรับนั้นยากมาก เพราะบางคน นั้นจะถือว่าตัวเองมีชาติตระกูลดีกว่า ไม่ยอมรับคนที่ด้อยกว่า หรือมาจากครอบครัวที่ต่ำต้อยกว่าตนเอง

ในสังคมไทยเราจะมีการแบ่งเรื่องชนชั้น คนรวยมักจะไม่ยอม รับคนที่ด้อยกว่าตน ไมว่าจะคบหาแบบใดก็ตาม การทำตัว ใฝ่สูง จนเกินศักดิ์ อาจจะพยายามคบหากับคนที่ร่ำรวยกว่า ฐานะดีกว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็สามารถคบหากันได้ เพราะคนรวยไม่น้อยที่ ไม่ค่อยได้เจอคนจริงใจ เจอแต่คนที่หวังสมบัติของตนเอง จึงไม่ แปลกที่บางคนรวยมากแต่คบหากับคนธรรมดาหรือฐานะด้วย กว่าตนด้วยความจริงใจ ไม่สนใจเรื่องชนชั้น เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ ได้มีความคิดจะทำตัวไฝ่สูงอยากคบกับคนรวย แต่คบหากันด้วย ความบริสุทธิ์ใจ จริงใจ

ฐานะทางสังคมของคนไทยอาจจะไม่เท่ากัน คนไทยมักจะให้ ความสำคัญกับคนรวย แม้จะเกิดมายากจน ก็สามารถสร้างตัวให้ มีฐานะทางสังคมให้สูงขึ้นได้ เช่น การมีหน้าที่การงาน อาชีพที่ได้ รับการยอมรับ เพียงแต่ต้องใช้เวลา แต่ก็ดีกว่าการ ใฝ่สูงจนเกิน ศักดิ์ ตัวเอง เกินฐานะของตัวเอง แต่ไม่ยอมพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น มีฐานะดีขึ้น ให้ทัดเทียมกับคนที่ตัวเองต้องการคบหา

การมีคู่ของคนไทยสมัยโบราณ จะมีเรื่องของชนชั้นที่ค่อนข้าง ชัดเจน การ ใฝ่สูงจนเกินศักดิ์ อย่างการหมายปองหญิงสาวที่สูง ศักดิ์กว่าตนจึงเป็นเรื่องปกติ แต่ปัจจุบัน แม้จะมีคู่ที่สูงศักดิ์ร่ำ รวยกว่าตนเอง ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะมีช่องทางพัฒนาตนเอง อย่างการเป็นคนดี มีชื่อเสียง และร่ำรวย ก็เพียงพอที่จะได้รับ การยอมรับจากอีกฝ่าย ไม่ยากลำบากเหมือนสมัยโบราณ


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

คางคกขึ้นวอ คนฐานะต่ำต้อยได้ดีแล้วลืมตัว

ความหมาย : สำนวนนี้ใช้เปรียบเทียบกับพฤติกรรม ของคนเรา ซึ่งบางคนนั้นพอได้ดีแล้วก็ลืมตัว เย่อหยิ่ง เชิดหัว ชูหัว ไม่มองใคร ไม่ให้เกียร์ติใคร เหมือนคางคกขึ้นวอ อ่านเพิ่มเติม..