ความหมาย : สำนวนนี้มักจะใช้พูดถึง ชายแก่ ชายสูงวัยอายุมากแล้ว แต่ก็ทำตัวเหมือนเด็ก งอแง เอาแต่ใจ เหมือนไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวอะไรเลย เรื่องนี้ก็เป็นปกติของคนเรา เมื่ออายุมากก็จะเริ่มกลับเป็นเด็กหรือมีลักษณะเหมือนเด็กอีกครั้ง

ตัวอย่าง :

คนสูงวัยที่ทำตัวเหมือนเด็กน้อย ไม่รู้เรื่องไม่รู้เดียงสา กลายเป็น เฒ่าทารก คนเรานั้นเมือเกิดมาก็เป็นทารก เจริญเติบโตเป็นเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ และก็เริ่มกลายเป็นวัยรุ่น เด็ก และทารก เมื่ออายุหลัง 60 เป็นต้นไป ลองสังเกตุให้ดี หลายคนจะเป็นแบบนั้น บางคนพูดจาไม่รู้เรื่อง เอาแต่ใจ พอเริ่มแก่มากๆ ก็นอนพะงาบ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เหมือนเด็กทารก แต่เป็น เฒ่าทารก

การเป็น เด็กทารก นั้นมีความน่ารัก น่าเอ็นดู แต่การเป็น เฒ่าทารก นั้นมีแต่ความน่าเกลียดน่าจัง ผิวหนังเหี่ยวย่น บางคนก็เอาแต่ใจ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เมื่อคนเราเริ่มสูงวัย เริ่มแก่ สิ่งสำคัญที่จะทำให้เราต่างจากเด็กทารก ก็คือ ความฉลาดทางอารมณ์ หมั่นดูอารมณ์ตัวเอง อย่าให้กลายเป็นคนแก่ที่น่ารำคาญ เอาแต่ใจ ขี้หงุดหงิด เจ้าอารมณ์ ไม่ทำตัวไร้เดียงสา ไม่รู้เรื่องรู้ราวเหมือนเด็กๆ เรื่องแบบนี้ พูดง่ายแต่ทำยาก เพราะคนแก่ที่ยังมีความคิดอ่านที่ดี เป็นคนแก่ที่มีเหตุผล พูดจารู้เรื่อง มีเหตุมีผลนั้น หายากมาก

หากจะพูดถึง เฒ่าทารก เรามักจะนึกถึง จิวแป๊งทง ในเรื่อง มังกรหยก กันมากกว่า เป็นคนสูงวัย อารมณ์ดี เหมือนเด็กน้อย นิสัยน่ารัก ขี้เล่น แม้อาจจะเอาแต่ใจตัวเองนิดๆ เป็นคนแก่ที่น่ารักเหมือนทารกน้อย ไม่ใช่แก่น่ารำคาญ เหมือนคนแก่ทั่วไป ชิมิ


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

บ้านแตกสาแหรกขาด บ้านเมืองหรือครอบครัวมีปัญหาต้องพลัดพรากจากกัน

ความหมาย : สำนวนนี้มักจะใช้กล่าวถึง สภาพครอบครัว ที่มีปัญหาทำให้สมาชิกในครอบครัว ต้อง พลัดพรากจากกัน แยกกันอยู่ กระจายกันไปคนละทิศคนละทาง บ้านแตกสาแหรกขาด หรืออาจจะเป็นบ้านเมืองที่อยู่ในสภาวะ สงคราม หรือเกิดภัยธรรมชาติผู้คนต้องพลัดพรากจากกัน อ่านเพิ่มเติม..