แนะนำแนวทางศึกษาภาษาอังกฤษระดับพื้นฐานด้วยตนเอง ในงบไม่ถึง 200 บาท ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานใชีวิตประจำวันแน่นอน สื่อ สารได้ในสถานการณ์ต่างๆ เข้าใจไวยากรณ์ เรียนรู้คำศัพท์พื้นฐานที่จำเป็นต้องใช้

 

หากไม่ได้ทำงานด้านภาษาอังกฤษโดยตรงแล้ว การทุ่มเทแรงกายแรงใจ เวลาและแรงเงิน เพื่อพัฒนาความสามารถด้านนี้ด้านนี้ก็เสีย เวลาเปล่า เรียนแล้วก็ไม่ได้ใช้ สักพักก็ลืมหมด แต่หากคิดว่าอยากจะมีความสามารถด้านภาษาไว้เป็นความสามารถพื้นฐาน ผู้เขียนอยากจะ ให้ลองเริ่มต้นที่เล่มนี้ ในงบไม่ถึง 200 บาทเท่านั้นเอง ด้วยความหนาหลายร้อยหน้าและมีซีดี MP3 เสียงประกอบเนื้อหาในหนังสือ หาก ศึกษาอย่างจริงๆ จังๆ ก็สามารถใช้งานภาษาระดับพื้นฐานได้สบายๆ

 

สื่อหรือบทความสอนภาษาอังกฤษมีมากมายทำไมต้องเสียเงิน

ในอินเตอร์เน็ต จะมีเว็บไซต์ต่างๆ ที่นำเสนอบทความสอนใช้ภาษาอังกฤษมากมาย และหลายเว็บไซต์ก็มีทั้งวิดีโอ แล้วทำไมจะต้องเสีย เงินซื้อ สำหรับคนที่ชอบของฟรีนั้ น บางทีก็ควรฉุกคิดบ้าง เนื้อหานั้นฟรี แต่เวลาและเงินก็ยังต้องจ่ายอยู่ดี เช่น
1. ในเว็บไซต์ Youtube มีวิดีโอสอนภาษาอังกฤษมากมาย แต่ในการเชื่อมต่อเน็ต ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และดาวน์โหลดลงมือถือไม่ได้

2. บทความในเว็บไซต์ต่างๆ แม้จะมีบทความหรือวิดีโอมากมาย แต่ก็นำเสนอคนแง่คนละมุม ไม่ต่อเนื่อง ต่างจากหนังสือที่มีการเรียบเรียง เนื้อหาอย่างเป็นระเบียบ ต้องศึกษาอะไรก่อน อะไรหลัง ศึกษาแล้วก็จะได้ความรู้ที่เป็นชิ้นป็นอันมากกว่า

3. หนังสือที่แถมซีดี MP3 รวมบทสนทนาในเล่ม จะสามารถก็อปปี้ไฟล์ MP3 ไว้เปิดฟังในมือถือหรือแท็บเล็ตได้ ไม่ต้องไปเสียเวลาดาวน์ โหลด เวลาที่ต้องเสียไปกับการค้นหาข้อมูล ค้นหาบทความ ค้นหาวิดีโอ มันมากกว่าการลงทุนกับหนังสืออย่างแน่นอน

4. ในเน็ตแม้จะมีคอร์สสอนภาษาต่างๆ มากมาย แต่ราคาก็ค่อนข้างสูง และหากไม่ได้ทำงานที่ต้องใช้ภาษาโดยตรง การเสียเงินหลักพันบาท ค่าคอร์ส ก็ดูจะไม่คุ้มอย่างแน่นอน

5. คนส่วนใหญ่จะไม่มีความมุ่งมั่นในการเรียนอย่างจริงจัง และมักจะหยุดกลางคัน ดังนั้น  ลงทุนน้อยๆ ก่อนจะดีกว่า เพราะเมื่อเกิดความขี้ เกียจ ก็จะไม่เสียเงินเปล่า

6. หนังสือแนวนี้เป็นความรู้พื้นฐานไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซื้อติดบ้านไว้ แบ่งกันอ่านได้อีกนาน แต่ก็อปปี้ไฟล์ MP3 ที่แถมมาพร้อมหนังสือ เก็บไว้ให้ดี เพราะแผ่นอาจจะเสียไปตามกาลเวลา

 

การซื้อหนังสือคู่มือสำหรับเรียนภาษาอังกฤษต้องดูอะไรบ้าง

สำหรับผู้ที่สนใจเรียนภาษา โดยเน้นหาซื้อหนังสือมาศึกษาเอง แนะนำวิธีเลือกซื้อหนังสือตามนี้
1. หนังสือนั้นมี CD MP3 เสียงบทสนทนาในเล่มแถมพร้อมหนังสือ เพื่อไว้ฝึกการฟังและออกเสียง และเลือกเล่มที่เน้นเสียงโดยเจ้าของ ภาษา
2. เลือกหนังสือที่มีเนื้อหาครอบคลุมระดับพื้นฐานให้มากที่สุด แม้ราคาจะสูงกว่า

 

การซื้อมือถือหรือแท็บเล็ตและหูฟัง

เพื่อความเป็นส่วนตัวและการฟังเสียงที่ค่อนข้างจัด เก็บรายละเอียดได้มาก ควรใช้หูฟังคุณภาพดี การใช้งานมือถือหากวางแผนจะซื้อ ไว้ใช้งาน การเลือกรุ่นที่หน้าจอขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะพกพาได้ จะมีประโยชน์ในการใช้งานมากที่สุด หรืออากใช้แท็บเล็ตก็จะเป็นเรื่องดี เพราะหลายรุ่นราคาไม่แพง แต่แบตเตอรี่อึดทน เช่น Asusfonepad 

 

วิธีใช้งานหนังสือ

เมื่อซื้อหนังสือเรียนภาษาด้วยตนเองมาแล้ว การใช้งานหนังสือแนะนำให้ใช้วิธีนี้สะดวกในการเรียนด้วยตนเองมากที่สุด และได้ผล มากที่สุดเช่นกัน
1. ใช้มือถือหรือแท็บเล็ตถ่ายหน้าหนังสือเก็บไว้อ่านในมือถือหรือแท็บเล็ต บางเครื่องบนโต๊ะ เปิดแอป กล้องถ่ายภาพ วางหนังสือด้านล่าง วางให้ได้ระดับพอดีกับขนาดภาพในหน้าจอ แล้วแตะเพื่อถ่ายภาพ ภาพจะนิ่งกว่า ถ่ายได้เร็วกว่า จากนั้นก็เลื่อนไปทีละหน้า พร้อมถ่ายภาพ เก็บไว้


2. ในหนังสือจะมีแผ่น MP3 เป็นบทสนทนาในหนังสือ นั่นเอง ให้จัดการก็อปปี้ไฟล์เสียงเหล่านี้ไปไว้ในมือถือของเรา


3. คราวนี้เมื่อต้องการฝึกภาษาด้วยตนเองก็ไม่ยาก ให้ปิดแอปดูภาพ และเปิดอ่านไปทีละหน้า พร้อมกับเปิดฟังเสียงตามไปด้วย วิธีนี้สะดวก มาก เรียนภาษาสนุกได้ทุกที่ ไม่ต้องพกพาหนังสือติดตัว เวลาอยู่บนรถ หรือขณะเดินทาง เดินนั่ง นอน ยืน ว่างเมื่อไหร่ก็ฝึกได้ทันที แต่ต้อง ใช้หูฟัง เพื่อไม่ให้รบกวนคนอื่น

สำคัญมากกกก!

การฝึกในลักษณะนี้ ให้อ่านเนื้อหาในหนังสือหลายๆ รอบก่อน เพื่อทำความความเข้าใจและต้องแปลได้ทั้งหมด เวลาฟังจะต้องพูดตามให้เสียงดังฟังชัด ไม่เช่นนั้นก็จะพูดไม่ได้ พูดไม่คล่อง ฟังเก่งอย่างเดียว ก็ไม่มีประโยชน์ ผู้เขียนลองปฏฺิบัติมาแล้ว ได้ผลดีมาก โดยเฉพาในเวลาสั้นๆ อัดได้เลยเต็มที่ เก่งแน่นอน ส่วนการฝึกพูดในสถานการณ์หรือเรื่องหนึ่งเรื่องใด เฉพาะทางจำเป็นต้องหาหนังสือแนวนั้นโดยตรง แล้วฝึกคล้ายๆ กัน  

 

การศึกษาในลักษณะนี้จะมีความเป็นสวนตัวมาก ซึ่งหลายคนก็ค่อนข้างอาย หากจะต้องศึกษาจากวิดีโอ เปิดดูในขณะอยู่ในที่ที่มีผู้คน จำนวนมาก เช่น ขณะเดินทาง แต่วิธีนี้หากเปิดอ่านบ่อยๆ จำเนื้อหาในหนังสือได้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดหนังสือ ฟังอย่างเดียว


เพียงแค่ฝึกฟังให้ทันเท่านั้นเอง ซึ่งจะต้องฟังไม่ต่ำกว่า 100 รอบ เพื่อให้จำสำเนียงได้ ว่าออกเสียงอย่างไร เพราะจะมีเสียงเล็ก เสียงน้อย ที่ ฟังยาก เมื่อฟังจนเข้าใจดีแล้ว ก็หาเล่มใหม่มาศึกษาด้วยวิธีการคล้ายกัน ก็จะเก่งภาษาอังกฤษได้ไม่ยาก ใช้เวลาไม่น้อยกว่าครึ่งปี ก็เก่งแน่ นอน

 


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

อัพเกรด Joomla 3.3.6 เป็น 3.4 แบบละเอียด

บทความสอนวิธีการอัพเกรด Joomla Joomla 3. อ่านเพิ่มเติม..



เรียนคำศัพท์อังกฤษ วันละคำ พร้อมตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล

บทความอธิบายการใช้กริยา 3 ช่อง fight fought fought ต่อสู้ ตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล กริยาแบบนี้จะมีการ เปลี่ยนรูปไป ตามกาล ปัจจุบัน อดีต และอนาคต รูปแบบคำจะเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม พร้อมยกตัวอย่างการใช้คำกริยานี้เพิ่มเติม เพื่อให้เข้าใจ มากยิ่งขึ้น