การเตรียมตัวสอบใบอนุญาตขับขี่จักรยานยนต์ภาคปฏิบัติ จำเป็นต้องฝึกซ้อม ไม่เช่นนั้นมีโอกาสสูงมากที่จะสอบไม่ผ่าน โดย เฉพาะท่าสอบการขับรถผ่านทางแคบ ในเวลาห้ามต่ำกว่า 10 วินาที ในระยะทาง 15 เมตร ท่านี้ตกแทบทุกคน เพราะคนส่วนใหญ่จะทำ เวลาได้ประมาณ 7 - 9 นาทีเท่านั้น

 

การสอบภาคปฏฺบัติท่าขับรถจักรยานยนต์จะมี 5 ท่า แต่มักจะให้สอบเพียง 3 ท่าเท่านั้น

ท่าขับรถตามเครื่องหมายจราจร

ท่านี้จะเป็นด่านแรกเลย โดยจะเริ่มตั้งแต่การขับรถเข้าสนามทดสอบ ต้องดูป้ายข้างทางหรือด้านหน้า เช่น 1. หากเป็นป้ายให้เลี้ยวขวา ต้องเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวที่ตัวรถ แล้วจึงขับเลี้ยวขวา 2. กรณีเจอป้ายหยุดก็ต้องหยุด 3. กรณีเจอป้ายห้ามเลี้ยวก็ต้องห้ามเลี้ยวขวาเป็นต้น

ถ้าไม่อยากเสียเวลา ก็ต้องหาโอกาสไปดูการสอบของคนอื่น ก็จะรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ส่วนการฝึกซ้อม ต้องหาที่ฝึกและมโนภาพเอง ว่า ตรงนี้มีป้ายอะไร แล้วก็ฝึกปฏฺิบัติตามนั้น เช่น มีป้ายให้เลี้ยวซ้าย ก็เปิดสัญญาณเลี้ยวซ้าย แล้วก็เลี้ยวรถเข้าไป ผ่านไปแล้ว ก็ปิด สัญญาณไฟเลี้ยว เป็นต้น ส่วนนี้ศึกษาได้จากวิดีโอใน Youtube

 

ท่าขับรถหลบสิ่งกีดขวางบนถนน

การสอบท่านี้จะเป็นการขับขี่ซิกแซกหลบสิ่งกีดขวาง โดยในสนามทดสอบจะมีกรวยตั้งอยู่ 5 อัน แต่ละอันจะห่างกัน 5 เมตร ในการ ฝึกจริง ก็หาอะไรไปวางบนพื้น แล้วฝึกขับรถหลบสิ่งกีดขวาง ซึ่งมีเทคนิคง่ายๆ ที่การบิดคันเร่ง อย่าบิดคันเร่งขณะรถกำลังเลี้ยวหลบ รถ จะพุ่งและไม่สามารถหลบสิ่งกีดขวางผ่านไปได้ หรือไม่สามารถเลี้ยวรถได้ ให้บิดคันเร่งเบาๆ แล้วผ่อนคันเร่ง เมื่อรถอยู่ในตำแหน่ง กลางกรวยให้บิดเบาๆ แล้วผ่อน บิดเพียงแค่ให้รถพุ่งไปข้างหน้าเล็กน้อย ซึ่งจะง่ายในการควบคุมรถให้เลี้ยวหลบกรวย

 

 

* สำคัญมาก
การใช้เกียร์ให้เหมาะสม เป็นเรื่องสำคัญมาก หากเป็นรถเกียร์ธรรมดา ให้ใช้เกียร์ 2 เพราะเกียร์ 1 รถจะพุ่งตัวมากเกินไป ส่วนรถเกียร์ ออโตเมติก จำเป็นต้องทดสอบ ทดลองบิดคันเร่ง จับจังหวะให้ดี ส่วนการยืมรถคันอื่นขับในการทดสอบจริงนั้น จะต้องลองขับทดสอบดู ก่อน เพื่อให้รู้จังหวะ เพราะมีหลายคนที่พลาด ควบคุมรถไม่ได้ดั่งใจ เพราะรถแต่ละคัน ไม่เหมือนกัน บางคนขับเกียร์ออโต้เวลาสอบไป ขับเกียร์ธรรมดา ก็อาจจะไม่สามารถควบคุมรถได้ดั่งใจ

 

ท่าขับรถผ่านทางโค้งรูปตัว Z

สำหรับท่านี้ จะวางกรวยเป็นรูปตัว Z และจะต้องขับผ่าน โดยห้ามถูกกรวย ซึ่งก็มีวิธีการขับง่าย โดยอย่าเริ่งขณะเข้าโค้ง ต้องฝึกการ บิดคันเร่งให้สามารถจับจังหวะได้ว่า จะต้องบิดคันเร่งมากน้อยเพียงใด บิดแล้วผ่อน เพียงแค่ให้รถพุ่งผ่านโค้งไปได้ อย่าบิดในโค้งจะทำ ให้เสียหลัก ไปชนกรวย พื้นที่รูปตัว Z ตั้นมีขนาด 5 x 16 เมตร ให้หาที่ว่างๆ เพื่อฝึก ขับเป็นรูปตัว Z เพื่อให้รู้วิธีบิดคันเร่ง

 

* สำคัญมาก
การใช้เกียร์ให้เหมาะสม เป็นเรื่องสำคัญมาก หากเป็นรถเกียร์ธรรมดา ให้ใช้เกียร์ 2 เพราะเกียร์ 1 รถจะพุ่งตัวมากเกินไป ส่วนรถเกียร์ ออโตเมติก จำเป็นต้องทดสอบ ทดลองบิดคันเร่ง จับจังหวะให้ดี ส่วนการยืมรถคันอื่นขับในการทดสอบจริงนั้น จะต้องลองขับทดสอบดู ก่อน เพื่อให้รู้จังหวะ เพราะมีหลายคนที่พลาด ควบคุมรถไม่ได้ดั่งใจ เพราะรถแต่ละคัน ไม่เหมือนกัน บางคนขับเกียร์ออโต้เวลาสอบไป ขับเกียร์ธรรมดา ก็อาจจะไม่สามารถควบคุมรถได้ดั่งใจ

 

ท่าขัยรถผ่านโค้งรูปตัว S

ท่านี้จะวางกรวยเป็นรูปตัว S ภายในกรวยจะมีทางกว้าง 2 เมตร มีความยาว 17 เมตร เช่นเดียวกัน หาโอกาสฝึกทดลองขับ เพื่อให้ รู้จังหวะ การบิดคันเร่ง มากน้อยเพียงใด ต้องบิดคันเร่ง ในตำแหน่งใด ซึ่งก็คือตำแหน่ง A และ B บิดคันเร่งเบาๆ แล้วปล่อยให้รถไหล ผ่านโค้ง อย่าไปบิดคันเร่งในโค้งจะทำให้หลุดได้ นอกเสียจากรถจะเริ่มผ่อนแรง

 

* สำคัญมาก
การใช้เกียร์ให้เหมาะสม เป็นเรื่องสำคัญมาก หากเป็นรถเกียร์ธรรมดา ให้ใช้เกียร์ 2 เพราะเกียร์ 1 รถจะพุ่งตัวมากเกินไป ส่วนรถเกียร์ ออโตเมติก จำเป็นต้องทดสอบ ทดลองบิดคันเร่ง จับจังหวะให้ดี ส่วนการยืมรถคันอื่นขับในการทดสอบจริงนั้น จะต้องลองขับทดสอบดู ก่อน เพื่อให้รู้จังหวะ เพราะมีหลายคนที่พลาด ควบคุมรถไม่ได้ดั่งใจ เพราะรถแต่ละคัน ไม่เหมือนกัน บางคนขับเกียร์ออโต้เวลาสอบไป ขับเกียร์ธรรมดา ก็อาจจะไม่สามารถควบคุมรถได้ดั่งใจ

 

ท่าการขับทรงตัวรถผ่านทางแคบ

แรกๆ ผู้เขียนก็มีความสงสัยว่า ท่านี้มีไว้ทำไม จนกระทั่งได้ขับรถจริงจึงได้รู้ว่า ท่านี้มีความสำคัญมาก เพราะเวลาขับรถจริงนั้น การ ซอกแซกไปตามซอก ตามช่องระหว่างรถใหญ่ หากทรงตัวไม่ดี ก็จะเป็นอันตรายอย่างแน่นอน หากเผลอเอาเท้าแตะพื้นมีโอกาสโดนล้อ รถยนต์เหยียบเท้าแน่นอน ท่านี้จึงมีความสำคัญมาก ที่จะต้องฝึกๆๆ เพราะส่วนใหญ่จะไม่ผ่านในครั้งแรก

 

การหาสถานที่ฝึก ให้เลือกถนนคอนกรีด ซึ่งจะมีการสร้างโดยแยกเป็นส่วนๆ อยู่แล้ว ก็เลือกด้านใดด้านหนึ่ง วัดระยะทางไว้ 15 เมตร กว้าง 30 เซนติเมตร เพื่อฝึกทดลองขับ โดยขณะขับให้นับในใจ 1 - 10 วินาที หรืออยู่ให้นานที่สุด โดยรถไม่ล้ม เท้าไม่แตะพื้น การฝึกการทรงตัวมีหลายแบบ เช่น การขยับเข่าไปซ้ายหรือขวา และการบิดล้อหน้าไปซ้ายหรือขวา จะช่วยเรื่องการทรงตัวได้ สำหรับรถ เกียร์ธรรมดา ให้ใช้เกียร์ 2 รถจะไม่พุ่งแรงเกินไป ควบคุมรถได้ง่ายกว่า การใช้เกียร์ 1 ซึ่งมักจะพุ่งตัวแรง ทำให้หลุดตกจากทางแคบได้ ง่ายๆ

 

ศึกษาเพิ่มเติมจากวิดีโอ

 

การทำใบอนุญาตขับขี่หลังสอบภาคปฏิบัติผ่านแล้ว

ในวันนัดหมายให้ไปสอบภาคปฏิบัติให้ไปติดต่อแต่เช้า ปกติจะเริ่มรับบัตรคิวประมาณ 10:00 ให้ไปยื่นไบนัด แล้วรอคิวเพื่อทดสอบ เมื่อสอบผ่านแล้ว ให้ไปติดต่อทำใบขับขี่ในวันเดียวกันได้เลย หากมาแต่เช้าและสอบผ่านทันที อาจได้บัตรก่อนเที่ยงวัน

 

การสอบขับรถจักรยานยนต์เพื่อสอบใบขับขี่ในภาคปฏฺิบัตินั้น น้อยคนจะสอบครั้งเดียวผ่าน หากไม่ฝึกมาก่อน เพราะความประมาท มั่นใจว่าตัวเองสามารถขับได้ ซึ่งหลายคนก็ขับมานาน บางคนเป็นพนักงานขับรถส่งของ แต่เชื่อไหมว่า ต้องมาสอบถึง 4 ครั้งจึงจะผ่าน การสอบกับการขับจริงจะไม่เหมือนกัน จึงประมาท ครั้งแรกยืมรถคนอื่น ไม่ผ่านเพราะไม่ชินกับรถ สำหรับคนที่ต้องทำงานประจำแล้ว คงเป็นเรื่องไม่ดีแน่หากจะต้องลางานบ่อยๆ

 


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

แบไต๋ เปิดเผยเทคนิคบอกเคล็ดลับให้รู้

ความหมาย : สำนวนนี้ใช้ในความหมายถึงการเปิดความรู้หรือวิธีการทำอะไรบางอย่าง ที่มีสูตรลับ มีเทคนิค มีเคล็ดลับพิเศษ นำมาบอกให้คนอื่นรู้ แบไต๋ เอาความรู้มาแชร์ให้รู้โดยทั่วถึงกัน อ่านเพิ่มเติม..