Sponsored Ads

บทความแนะนำวิธีใช้แอป Excel ในมือถือ Android ช่วยคำนวณการผ่อนรถยนต์ ไม่ว่าจะรถใหม่หรือรถยนต์มือสองก็ตาม ประโยชน์ของการคำนวณ แบบนี้ จะช่วยให้มองเห็นภายโดยรวมของรายจ่ายทั้งหมดที่ตามมาจากการมีรถยนต์ 1 คัน เห็นภาพได้อย่างชัดเจน ซึ่งน่าจะช่วยประหยัดเงินจากการ ตัดสินใจผิดพลาดได้ หากซื้อรถยนต์โดยที่ฐานะการเงินของตัวเองยังไม่พร้อม

รถยนต์เป็นพาหนะสำคัญที่จำเป็นต้องใช้ แต่การจะซื้อรถยนต์สักคันนั้น จำเป็นต้องคำนวณรายจ่ายที่จะตามมาอย่างละเอียดที่สุด เท่าที่จะทำได้ ซึ่ง ส่วนใหญ่เราจะไม่คำนวณละเอียดขนาดนั้น เพราะความอยากได้มันบังตา บังใจ บังสติจนคิดอะไรไม่ออก คิดได้อย่างเดียวเท่านั้น ต้องซื้อๆ ต้องมี เหมือนคนอื่น เอาน่า เราซื้อได้ ผ่อนได้สบายๆ แต่จริงๆ แล้ว อาจจะไม่ใช่อย่างที่คิด หากมาคำนวณกันอย่างละเอียดจริงๆ

 

ดาวน์โหลดไฟล์ Excel คำนวณผ่อนรถยนต์

ผู้เขียนได้ทำไฟล์คำนวณการผ่อนรถยนต์ไว้ให้แล้ว ดาวน์โหลดมาใช้งานได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาทำเอง สำหรับท่านใดที่ใช้มือถือ Android ให้ติดตั้งแอป Excel ในมือถือให้เรียบร้อยก่อน แล้วดาวน์โหลดไฟล์มาใช้งานได้ทันที

คลิก ดาวน์โหลดไฟล์คำนวณการผ่อนรถด้วยแอป Excel

หลังจากคลิกลิงค์ด้านบนเพื่อดาวน์โหลดแล้วให้คลิก SKIP เพื่อข้ามไปยังหน้าให้ดาวน์โหลดไฟล์

 

รายจ่ายที่จะตามมาจากการผ่อนรถยนต์

ก่อนจะใช้สูตรคำนวณด้วย Excel ในมือถือ เราไปทำความเข้าใจกับรายจ่ายของรถยนต์ที่จะตามมาก่อนว่ามีอะไรบ้าง ตัวเลขค่อนข้างเยอะ ต้องทำ ความเข้าใจให้ดี เพราะผิดพลาดไปแล้ว อาจจะเสียเงินเปล่า

A. ราคารถยนต์ เงินดาวน์ ยอดจัด จำนวนงวด ค่าผ่อนต่องวด

การป้อนข้อมูลเพื่อการคำนวณในส่วนแรก ให้ป้อนตัวเลข ราคารถยนต์ เงินดาวน์ ยอดจัด จำนวนงวด และค่าผ่อนต่องวด ในช่องที่ระบายสีฟ้าห้าม แก้ไขตัวเลข เป็นช่องที่มีการใส่สูตรคำนวณให้อัตโนมัติ
1. แตะและพิมพ์ราคารถในช่อง 675,000 บาท
2. แตะและพิมพ์เงินดาวน์เช่น ดาวน์ 15% เป็นเงิน 101,250 บาท ปกติในตารางผ่อนรถจะมีข้อมูลการดาวน์และจำนวนเงินที่ต้องวางดาวน์ ก็นำมา ป้อนลงไปได้เลย
3. ยอดจัดไฟแนนซ์ก็จะนำราคารถมาลบกับเงินดาวน์ 675,000-101,250 = 573,250 บาท ซ่องที่ระบายสีฟ้าแบบนี้ห้ามแก้ไขตัวเลข เพราะเป็น สูตรคำนวณ แอปจะทำการบวก ลบ คูณ หาร ให้อัตโนมัติ เมื่อป้อนราคารถยนต์และเงินดาวน์
4. จำนวนงวดที่ต้องการผ่อน 60 งวดหรือ 5 ปี นั่นเอง
5. ค่าผ่อนรถยนต์ต่องวดรวม Vat 7% แตะและพิมพ์ตัวเลข 11,088 บาท ดูในตารางผ่อนรถ เอาตัวเลขมาใส่ในแต่ละช่องได้เลย


6. ตัวอย่างตารางอัตราค่าผ่อนรถ เงินดาวน์ ยอดจัดไฟแนนซ์ ระยะเวลาผ่อน จำนวนเงินผ่อนต่องวด

 

การป้อนตัวเลขในแต่ละช่อง ให้ป้อนเฉพาะช่องที่มีพื้นสีขาวเท่านั้น จะซื้อรถยนต์ราคาเท่าไร่ ดาวน์เท่าไหร่ ผ่อนกี่งวดและจำนวนเงินผ่อนต่องวดกี่ บาท ก็ป้อนลงไป

 

B.รายจ่ายทั้งหมดในช่วงผ่อนรถ(ปี)

ส่วนที่สองนี้จะเป็นการคำนวณรวมรายจ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อซื้อรถยนต์ใหม่หนึ่งคัน ซึ่งจะเห็นว่า รายจ่ายที่ตามมาเยอะมาก โดยจะแยกเป็นราย จ่ายรายวันรายเดือนและรายปี
1. การออกรถในครั้งแรกจะต้องวางเงินดาวน์ในช่องที่ทำแถบสีส้มไว้ ไม่ต้องพิมพ์ตัวเลข เพราะเป็นช่องที่ได้ใส่สูตรคำนวณไว้อัตโนมัติ เช่น เงินดาวน์จะ ดึงข้อมูลในช่อง B5 มาแสดง หากช่อง B5 101,250 มีการแก้ไขเงินดาวน์ ช่อง B11 ตัวเลขก็จะเปลี่ยนไปด้วยอัตโนมัติ
2. แก้ไขข้อมูลเฉพาะช่องที่มีพื้นสีขาว เช่น ค่าโอนรถเป็นชื่อไฟแนนซ์ อาจจะถูกกว่านี้ ค่าโอนรถจากชื่อไฟแนนซ์เป็นชื่อของเราหลังผ่อนเรียบร้อยแล้ว ค่าดำเนินการของไฟแนนซ์และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น เติมน้ำมันรถเพื่อขับกลับบ้าน
3. รวมค่าผ่อนทุกงวด แอป Excel จะนำจำนวนงวดและจำนวนเงินผ่อนต่องวดมาคูณกัน ก็จะได้ผลรวมค่าผ่อนทั้งหมด จากตัวอย่างจะผ่อน 60 งวดหรือ 60 เดือน เป็นจำนวนเงิน 665,280 บาท
4. รวมดอกเบี้ยทั้งหมด จะนำผลรวมทั้ง 60 งวดมาลบกับยอดจัดไฟแนนซ์ 665,280-578,750 = 91,530 ช่องนี้จะคำนวณอัตโนมัติ ห้ามแก้ไข
5. รถยนต์ใหม่จะต้องทำประกันภัยชั้น 1 สมมุติว่า มีค่าประกันภัยชั้น 1 ปีละ 20,000 บาท ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่อนรถยนต์ ก็จะต้องจ่ายค่าประกัน ภัยทุกปี รถยนต์แต่ละรุ่น ค่าประกันภัยไม่เท่ากัน ให้แตะและพิมพ์ตัวเลขลงไป ซึ่งแอปจะคำนวณผลรวมให้เองเช่น 100,000 บาท
6. รายจ่ายอื่นๆ ที่จะตามมาก็เช่น ค่าซ่อมบำรุง ใน 5 ปี เปลี่ยนยางรถยนต์สัก 2 รอบ ก็ประมาณ 2 หมื่นบาทเข้าไปแล้ว หากไปแต่งแม็ก เปลี่ยนยาง ใหญ่ขึ้น ก็เกิน 20,000 บาท ผู้เขียนประมาณไว้ไม่มากนักแค่ปีละ 7000 แต่จริงๆ มากกว่านี้ แม้จะเป็นรถใหม่ป้ายแดงก็ตาม แตะและแก้ไขตัวเลขได้ ตามต้องการ
7. ค่าน้ำมันแต่ละเดือน รวมทั้งหมด 60 งวด หรือ 60 เดือน ตามระยะเวลาที่ผ่อน แตะและพิมพ์ตัวเลขลงไป แต่ในการใช้งานจริงๆ แม้จะประมาณว่า เดือนละ 2000 ก็น่าจะพอ แต่เอาเข้าจริงไม่มีทางลงตัว เพราะช่วงแรกที่มีรถยนต์นั้น แต่ละท่านก็จะพารถเที่ยว ขับรถกลับบ้าน ออกนอกเส้นทางดังนั้น ค่าน้ำมันจริงๆ ต้องบวกเพิ่มอีกหลายเท่าตัว
8. ค่าจอดรถ การอยู่อาศัยหรืทำงานในตัวเมืองใหญ่ อาจจะมีค่าจอดรถ หรือไปเดินห้าง ไปทำธุระ ก็จะมีค่าจอดรถ การคำนวณส่วนนี้จะรวม 5 ปีหรือ 60 เดือน ตามระยะเวลาที่ต้องผ่อน
9. ค่าผ่านทางด่วน หากไม่ได้อยู่ในกรุงเทพ ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ก็คำนวณรวมทั้ง 60 เดือนเช่นกัน
10. ค่าล้างรถ แตะและพิมพ์ลงไป หากไม่มีก็ลบออก
11. การเดินทางท่องเที่ยว ไปทำธุระต่างๆ ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร พี่พัก โรงแรม ฯลฯ
12. อาจจะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกก็ต้องคำนวณอย่างละเอียด
13. เมื่อรวมรายจ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการซื้อรถยนต์ป้ายแดง 1 คันราคา 675,000 บาทแล้ว จะพบว่า รายจ่ายที่เกิดขึ้นตามมาในระยะเวลา 5 ปี หรือ 60 งวด 60 เดือนนั้น รายจ่ายไม่น้อยเลย รวมราคารถและรายจ่ายทั้งหมดแล้วเป็นเงินหลักล้านบาท 1,146,590 เลยทีเดียว
14. รายจ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการมีรถยนต์ 1 คัน เมื่อเฉลี่ยเป็นรายจ่ายต่อเดือนแล้ว ,146,590 หาร 60 เดือน จะเท่ากับ 19,109 บาท สำหรับ คนมีเงินเดือนแค่สองหมื่นกว่าบาทนี่หมดสิทธิ์ถอยรถป้ายแดง

 

ตัวเลขที่ผู้เขียนลงไว้นี้ ถือว่าค่อนข้างน้อย ใช้รถน้อยมาก เงิน 2000 บาท ถ้าซื้อรถที่ใช้น้ำมันเบนซิน สมมุติว่า น้ำมันราคาลิตรละ 24 บาท ก็จะ ได้น้ำมัน 2000 หาร 24 = 83 ลิตร อัตราบริโภคน้ำมันของรถอยู่ที่ 10 กิโลเมตรต่อน้ำมัน 1 ลิตร ก็จะวิ่งได้แค่ 83 x 10 = 830 กิโลเมตร ต่อเดือน หรือใช้รถยนต์วันละ 27 กิโลเมตรเท่านั้นเอง หรือรวมทั้งปีก็แค่ 830 x 12 = 9960 กิโลเมตร

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราใช้กันมากกว่านี้ เกินหนึ่ง หมื่นกิโลเมตร บางคนหลายหมื่นกิโลเมตรเลยทีเดียว รายจ่ายจะมากกว่านี้ บางคนกลับต่างจังหวัดเดือนละครั้ง ค่าน้ำมันก็เกิน 2000 บาทแล้ว

การคำนวณอย่างละเอียดแบบนี้ ก็น่าจะช่วยให้ผู้อ่านที่เงินเดือนน้อยๆ ระหว่าง 20,000-30,000 บาท แต่อยากจะผ่อนรถยนต์ป้ายแดงสักคัน ก็ จะรู้ว่าจะผ่อนรอดหรือไม่ รายจ่ายตรงนี้เป็นรายจ่ายเฉพาะที่เกี่ยวกับรถยนต์เท่านั้น นี่ยังไม่รวมรายจ่ายส่วนตัว ค่าเช่าบ้าน ค่ากิน ของใช้ มือถือ ฯลฯ

หากมีรายรับแค่เดือนละ 25,000 ก็เลิกคิดได้เลย เพราะหักค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถไปแล้ว ก็เหมือนไม่กี่พันบาท ไม่เช่นนั้น ก็ซื้อมาจอด ไม่ต้องขับ ไว้ ประดับบารมี ก็น่าจะพอไหว

การคำนวณอย่างละเอียดแบบนี้ หลายคนจะเลี่ยงและมักจะมองว่า เอาอยู่ๆ ซึ่งก็เคยมีน้องที่รู้จักกัน คู่นี้มีเงินเดือนรวมกันประมาณ 20,000 กว่า บาท มีเงินเก็บแสนกว่าบาท ก็พากันไปดาวน์รถยนต์ป้ายแดง ปรากฏว่า ไม่รอด เพราะไม่คำนวณให้ละเอียด สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถไป เสียเงินดาวน์ไปฟรีๆ ช่วงเวลาที่ใช้รถน้ำมันจะเติมก็ไม่ค่อยจะมี ดูเท่มีรถแต่เงินไม่มีเลย รถเอาไปกินหมด นี่คือตัวอย่างของความไม่รู้

 

C. สรุปรายจ่ายทั้งหมดจากการซื้อรถยนต์

ตัวเลขในช่องนี้จะคำนวณอัตโนมัติ ตามตัวเลขที่ได้ป้อนหรือแก้ไขในช่องสีขาว เป็นตัวเลขสรุปราคารถยนต์สุทธิ์ และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามมา เช่น ค่าประกันภัย ดอกเบี้ย ค่าซ่อม ค่าจอด ฯลฯ ในระยะเวลา 60 งวด หรือ 60 เดือน หรือ 5 ปี จากตัวอย่างจะมีรายจ่ายประมาณ 471,530 บาท แต่ใน ความเป็นจริงแล้วจะมากกว่านี้ เพราะผู้เขียนระบุตัวเลขค่าใช้จ่ายไม่มากนัก

 

D. ค่าเสื่อมราคาของรถยนต์ในอนาคต

เราไปดูมูลค่าราคาของรถยนต์ในอนาคตหลังจากใช้งานไป 5 ปี หรือผ่อนจบ 60 งวด แล้ว รถยนต์ทุกคันราคาต้องตกลง รถยิ่งแพงมาก ราคาก็ตก มาก รถราคาถูก ยอดนิยม ขายง่าย ราคาจะตกน้อยกว่า
1. ผู้เขียนขอสมมุติว่าราคารถตกลงมาเหลืออยู่ 400,000 บาท หลังจากผ่านไป 5 ปี หรือผ่อนรถยนต์เสร็จแล้ว
2. ในช่วง 5 ปีที่ผ่านไป กับการมีรถยนต์ 1 คันนั้น จะมีรายจ่ายเกิดขึ้น เอารายจ่ายทั้งหมด 1,146,530-400,000 = 746,530 บาท เป็นจำนวน เงินไม่น้อยเลยทีเดียว

 

E. คำนวณรายรับต่อเดือน

สูตรการคำนวณนี้ ผู้เขียนได้จัดทำตัวเลขต่างๆ สัมพันธ์กันทั้งหมด เพียงแค่ป้อนตัวเลขรายรับ เงินเดือน โบนัส รายรับทางอื่นลงไป ก็จะคำนวณให้ เอง ป้อนข้อมูลเฉพาะในช่องสีขาวเท่านั้น
1. ผู้เขียนขอสมมุติว่ามีรายรับเดือนละ 30,000 ในการคำนวณจริงๆ แนะนำให้ผู้อ่านประมาณรายรับเฉลี่ยประมาณ 5 ปี เพราะเงินเดือนก็ปรับขึ้นทุก ปีอยู่แล้ว ผู้เขียนได้รวมเงินเดือนทั้งหมดทั้ง 5 ปี โดยนำเงินเดือนไปคูณกับจำนวนเดือนทั้ง 60 เดือน
2. โบนัสต่อปีก็เช่นกัน หาค่าเฉลี่ยแล้วป้อนข้อมูลลงไป สำหรับโบนัสจะคูณกับ 5 ปี หรือรวม 5 ปี
3. หากมีรายจ่ายอื่นๆ ก็ป้อนลงไปเช่นกัน
4. จากตัวอย่างสมมุติว่ามีรายรับเดือนละ 30,000 รวมทั้ง 60 เดือน รวมโบนัส จะเท่ากับ 2,050,000

 

F. คำนวณรายจ่ายในแต่ละเดือน

ส่วนนี้จะคำนวณรายรับส่วนตัว เช่น ค่าเช่าบ้าน ผ่อนบ้าน ค่าอาหาร ของใช้ มือถือ ฯลฯ
1. แตะและพิมพ์ตัวเลขค่าใช้จ่ายลงไป
2. ในช่อง รายจ่ายค่าผ่อนรถ ไม่ต้องพิมพ์ ช่องนี้จะดึงนำค่าใช้จ่ายรวมของรถยนต์ทั้ง 60 เดือน มาหาค่าเฉลี่ยว่าเป็นรายจ่ายต่อเดือน โดยจะดึงข้อมูล จาก หัวข้อ B.รายจ่ายทั้งหมดในช่วงผ่อนรถ(ปี) มาใส่ในช่องนี้โดยอัตโนมัติ ตกเดือนละ 19,109 บาท
3. รวมรายจ่ายทั้งหมดแล้วจะพบว่า มีจำนวนมากถึง 29,109 บาท ในขณะที่เงินเดือนแค่ 30,000 บาทเท่านั้นเอง ถ้าเงินเดือนน้อยๆ แบบนี้ แล้วอยากมีรถ แนะนำให้ซื้อมาจอด ห้ามขับ ไม่งั้นตายอนาถ ถ้าไม่มีคนพ่อแม่ พี่น้อง ให้หยิบยืมเงิน
4. ส่วนช่องสุดท้ายของรายจ่ายจะรวมรายจ่ายทั้ง 60 เดือน ตามระยะเวลาที่ผ่อนรถยนต์ เป็นจำนวนเงินทั้งหมด 1,746,530 บาท

 

G. เงินที่เหลือหลังผ่อนรถหมดแล้ว

ส่วนสุดท้ายจะเป็นการคำนวณจำนวนเงินที่เหลือหลังจากได้ผ่อนรถหมดแล้ว ตัวเลขในช่องเหล่านี้ แอปจะนำมาคำนวณให้อัตโนมัติ ไม่ต้องทำอะไร

 

ก็หวังว่าบทความนี้คงจะมีประโยชน์สำหรับท่านใดที่กำลังมองหารถคันใหม่ ป้ายแดง จะได้เอาไปลงคำนวณแบบละเอียด เพื่อป้องกันความผิดพลาด เพราะคนที่มีเงินเดือนประมาณ 2-30,000 บาทขึ้นไป ส่วนใหญ่อยากได้รถใหม่กันทุกคน เอาอยู่ ผ่อนได้ จ่ายได้ หลายคนจะคิดแบบนั้น
รถยนต์เป็นวัตถุที่ช่วยใช้เงิน ทุกครั้งที่สตาร์ตนั่นก็หมายถึงรายจ่ายเกิดขึ้นแล้ว

หากเป็นคนไม่มีวินัยในชีวิต ก็ไม่ควรข้องแวะกับรถยนต์ ตัวเลขต่างๆ ที่ผู้ เขียนได้ลงไว้ ก็ถือว่าค่อนข้างต่ำ เช่น ค่าอาหาร 5,000 บาท จริงๆ เกินกว่านั้น หรือค่าน้ำมันแค่ 2,000 บาท หากวิเคราะห์รายรับรายจ่ายอย่าง ละเอียดแบบนี้แล้ว ผู้อ่านก็จะรู้ได้ทันทีว่าจะสามารถผ่อนจนจบหรือจะโดนไฟแนนซ์ยึดเสียก่อน โดนยึดไม่กลัว แต่กลัวว่ายึดแล้วยังต้องจ่ายหนี้อีก เช่น ผ่านไป 4 ปี ราคารถในท้องตลาดเหลือ 200,000 กว่าบาท แต่หนี้ที่เหลือมากกว่าราคารถ เป็นต้น 

 

บทความเนื้อหาใกล้เคียงกัน :


Sponsored Ads