การเดินทางท่องเที่ยวหรือไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อหวังช่วยผ่อนคลายความเครียดหรือแม้แต่คนที่กำลังทุกข์ใจ แต่การจะเดินทางไปที่ ใดก็ตามแต่ บางทีสถานที่แห่งนั้นอาจจะกลายเป็นที่แห่งความทรงจำที่ดีหากเป็นช่วงที่กำลังมีความสุขหรือเป็นความทรงจำที่แย่จนยาก จะลืม หากอยู่ในช่วงที่กำลังมีความทุกข์

 

สถานที่ที่ควรไปเมื่อมีความทุกข์

สำหรับชาวพุทธแล้ว วัดหรือสถานที่ปฏิบัติธรรม เป็นสถานที่ควรหาโอกาสไปสักครั้งหรือสักวันในวันที่ชีวิตมีปัญหา มีความทุกข์ มากมายเข้ามา เพราะความสงบ ของสถานที่อาจจะช่วยให้ได้สติและเจอทางแก้ปัญหาได้

ผู้เขียนเคยมีปัญหากับการเรียน จนไม่สามารถอดทนเรียนต่อให้จบได้อีกต่อไป เพราะคณะที่เลือกเรียนนั้น ไม่ใช่คณะที่ชอบ การ ต้องฝืนทนมาจนถึงปี 4 จึงเป็นความอดทนอย่างที่สุด และเมื่อไม่ไหวจริงๆ ก็ตัดสินใจลาออก ถือเป็นความโชคดีที่ตัดสินใจเข้าวัด ไปนั่ง สมาธิ อยู่ 3 วัน เมื่อจิตใจเริ่มสงบก็สามารถกลับมาเรียนต่อไป หากไปที่อื่นคงจะไปไกลกว่านั้นแน่นอน

เวลาที่ชีวิตมีปัญหา ลองหาโอกาสสักครั้ง บังคับตัวเองไปให้ได้ จะวัดไหนก็ตามแต่ ซึ่งแนะนำให้ไปวัดป่า เพราะอาจจะได้เจอพระ เก่งๆ จากประสบการณ์ที่เจอกับตัวเอง เช่น พระสายวัดป่าสายหลวงปู่มั่น ที่บวชเรียนมานาน ท่านสามารถอ่านใจเราได้ รู้ประวัติย้อน หลัง โดยไม่ต้องเล่าให้ฟัง และรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชีวิตเรา แต่ท่านจะช่วยแค่ไหนนั้น พระจะไม่ตัดกรรม เป็นกรรมเก่าของเรา เราต้อง ผ่านเอง จะช่วยเท่าที่จะสามารถช่วยได้ หลายรูปที่เจอ จะพูดให้ไปคิดเอง คิดได้ก็หาทางออกได้ จะไม่บอกตรงๆ แต่โชคดีที่เป็นคนชอบ เก็บมาคิด บางที ผ่านไปหลายปี ถึงได้คิดออก

เวลาที่เราเห็นใครสักคนมีปัญหา ในขณะที่ตัวเราไม่มีปัญหาอะไร เราจะเห็นทางออกหลายทาง เช่นเดียวกัน เวลาที่เรามีปัญหา เรา จะมองไม่เห็นทางแก้ วิธีที่จะทำให้เราเห็นปัญหาตัวเองและวิธีแก้ไข ก็คือการทำจิตใจให้สงบนั่นเอง เวลามีปัญหาจึงควรเข้าวัด หาที่สงบ ฝึกสมาธิ เข้าหาธรรมะ อ่านข้อคิด ข้อเตือนสติก็จะพบทางสว่างในการแก้ไขปัญหาของตัวเอง

 

สถานที่ที่ไม่ควรไปเมื่อมีความทุกข์

สถานที่เหล่านี้จะเป็นสถานที่ที่จะช่วยคั่นเวลา ฆ่าเวลา ให้เราเพลินไปในแต่ละวัน แต่ละคืนเท่านั้น เช่น อกหัก รักคุด ผิดหวังหรือมี ปัญหาอะไรก็ตามแต่ การไปแย้ววๆ ตามผับ เมาหลับตามร้านอาหาร นั่นไม่ช่วยอะไร เพียงแค่คั่นเวลาไปวันๆ เท่านั้นเอง ไม่ได้ช่วยให้ เราค้นพบทางแก้ปัญหา หรือมีทางออกให้ชีวิตเลย เพราะแค่คั่นเวลา แต่กระบวนการคิด การแก้ปัญหา ไม่ได้ถูกนำไปใช้เลย ยิ่งเจอ เครื่องดื่มของมึนเมาเข้าไปด้วยแล้ว ก็ยิ่งไปกันใหญ่ จิตฟุ้งซ่าน ยิ่งสร้างปัญหา

ผู้เขียนมีปัญหาชีวิตหลายด้าน และก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาหลายปี อยู่แต่ตามผับ ไม่เช้าไม่กลับ หลับตามปั๊มประจำ โชคดีที่สมัยนั้นไม่มี ตรวจแอลกอฮอร์และยังไม่เคยเกิดอุบัติเหตุขับรถชนใคร มีแต่ชนต้นไม้พังไปบ้าง ก็ไม่ได้ทำร้ายใคร ต้นไม้ก็ไม่หักแค่ถลอก แต่รถเละ เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็เริ่มคิดได้ เวลาทุกข์ใจนั้น ต้องหลีกเลี่ยงสถานที่ประเภทนี้

นอกจากนี้แม้แต่สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ งามๆ ในต่างจังหวัด ก็เช่นกัน ก็ไม่ควรไป เพราะในเวลาที่จิตใจมีแต่ความทุกข์ การไป เยือนสถานที่เหล่านั้น ก็จะสร้างความทรงจำที่มีแต่ความทุกข์ .เห็นภาพก็เห็นตัวเองกำลังทุกข์ นี่จึงเห็นเหตุผลที่ทำให้ผู้เขียนหยุด ตะลอนทั่วไปตามสถานที่ต่างๆ อยากจะเดินทางอีกครั้งในวันที่จิตใจสดใส เดินทางไปอย่างมีความสุขไปเก็บภาพดีๆ เวลาเห็นภาพ สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น จะได้คิดถึงแต่บรรยากาศดีๆ มีแต่ความรู้สึกดีๆ

 

สถานที่ที่ควรไปจริงๆ เวลาที่มีความทุกข์

สถานที่แห่งนี้ไม่มีตัวตน แต่เรารู้ว่าอยู่ที่ไหน แต่ไม่ค่อยจะอยากไปกันสักเท่าไหร่กันนัก นั่นก็คือ ในใจของเราเอง เข้าไปค้นหาในใจ ของเราเองว่า เกิดอะไรกับขีวิต มีปัญหาอะไร ฝึกการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง หากสามารถทำได้ เมื่อมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นการแก้ไขจะง่าย ที่สุดไม่ต้องไปวัด หรือไม่ต้องไปหลบมุม ตามสถานที่ท่องเที่ยวหรือผับเธค คาเฟ่ที่ไหน เพราะปัญหาเกิดจากข้างในตัวเราเอง การดับ ปัญหา การหาทางแก้ไข ก็ต้องแก้ไขจากข้างใน ไม่ใช่ข้างนอกกาย.

นอกจากนี้สิ่งที่จำเป็นอย่างมากที่ควรมีติดตัวก็คือ บทบรรยายธรรม ข้อคิด ข้อเตือนใจต่างๆ ซึ่งสามารถหาฟังได้จากเน็ต และ หนังสือธรรมดีๆ ที่อ่านแล้วรู้สึกว่า ทำให้เรามีสติ และต้องอ่านทุกวัน อาจจะวันละหลายๆ รอบ เวลาป่วยทางกาย เราต้องกินยาเป็นเวลา ทุก 4 ชั่วโมง หรือหลังอาหาร และเวลาที่เรามีทุกข์ก็เหมือนการป่วยทางใจ ก็ต้องกินยาเหมือนกัน นั่นก็คือ ธรรมะ ข้อคิดดีๆ ข้อเตือนสติ ต้องอ่านทุกวัน เป็นเวลาเหมือนกัน ก็จะช่วยควบคุมให้ใจสงบลงได้ อย่างบทความนี้ก็ใช้เป็นยาได้ อ่านทุกวันหลังอาหาร

หนังสือที่อ่านแล้วทำให้คิดบวก พวกมุกตลก ข้อคิดคำคม ก็ควรอ่านเช่นกัน และพึงหลีกเลี่ยงคนที่คิดลบ แนะนำให้ทำแต่สิ่งไม่ดี หลีกเลี่ยงการระบายอารมณ์หรือบ่น พูดแต่เรื่องไม่ดี หรือบ่นปัญหาของเราให้ใครฟัง เพราะนั่นจะยิ่งเป็นการทำให้ตัวเองทุกข์เพิ่มขึ้น พยายามคิดบวก คิดแต่เรื่องดีๆ

 

แชร์บทความนี้ :

 


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

ล้วงคองูเห่า ล่วงเกินคนมีอำนาจโดยไม่เกรงกลัว

ความหมาย : สำนวนนี้มักจะใช้พูดถึงคนที่ไม่เกรงกลัวผู้มีอำนาจ ล่วงเกิน ลักขโมย หรือแอปไปทำให้ ทรัพย์สินผู้มีอำนาจได้รับความเสียหาย บางอาจไป ล้วงคองูเห่า ไม่กลัวว่าจะโดนกัด หรือได้รับความเดือดร้อน หากโดนจับตัว ได้ อย่างโจรขึ้นบ้านทหารตำรวจก็ถือว่าเข้าข่าย ล้วงคองูเห่า อ่านเพิ่มเติม..