ความรู้เรื่องภาษีเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าคุณมีรายได้เดือนละ 350,000 บาท คุณอาจจะต้องจ่ายภาษีมากที่สุดถึง 1,386,000 บาทต่อ ปีเลยทีเดียว อยากรวย ไม่ใช่จะตั้งหน้าตั้งตาทำ งานหาเงินอย่างเดียว ต้องศึกษาเยอะมาก เพื่อจะรักษาเงินที่หามาได้ หรือบริหารให้ งอกเงิย ตลอดจนหาทางเสียภาษีอย่างถูกกฏหมาย แต่เสียให้น้อยที่สุด

 

อัตราการคิดภาษี

มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 19 พฤศจิกายน 2556 เปลี่ยนแปลงบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2556 สำหรับการ ยื่นแบบแสดง รายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90,91 ภายในเดือนมีนาคม 2557 จากเดิม 5 ขั้น เป็น 7 ขั้น ดังนี้

 

เงินได้สุทธิตั้งแต่ 1 บาท ถึง 300,000 บาท เสียภาษีอัตราร้อยละ 5 (ยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก)
เงินได้สุทธิเกินกว่า 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เสียภาษีอัตราร้อยละ 10
เงินได้สุทธิเกินกว่า 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 750,000 บาท เสียภาษีอัตราร้อยละ 15
เงินได้สุทธิเกินกว่า 750,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท เสียภาษีอัตราร้อยละ 20
เงินได้สุทธิเกินกว่า 1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท เสียภาษีอัตราร้อยละ 25
เงินได้สุทธิเกินกว่า 2,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 4,000,000 บาท เสียภาษีอัตราร้อยละ 30
เงินได้สุทธิเกินกว่า 4,000,000 บาท ขึ้นไป เสียภาษีอัตราร้อยละ 35

 

ทั้งนี้ ท่านสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก www.rd.go.th

 

ตัวอย่างรายรับต่อเดือนที่จะนำมาเสียภาษี
นาย ก เงินเดือน 20,000 บาท
นาย ข เงินเดือน 40,000 บาท
นาย ค เงินเดือน 350,000 บาท
ถ้าเลือกได้ทุกคนก็ต้องอยากจะเป็นนาย ค เพราะมีรายรับมากกว่าเพื่อน รวยกว่าใคร แต่ภาษีจะจ่ายมากแค่ไหน เราไปคำนวณกัน

 

ตัวอย่างการคิดคำนวณภาษี

การคิดคำนวณจะคิดง่ายๆ แต่ในความเป็นจริงจะซับซ้อนกว่านี้ เพราะจะมีการรายละเอียดยิบย่อยมากกว่า

 

กรณีที่ 1 นาย ก เงินเดือน 20,000 บาท

รายรับต่อเดือน 20,000 บาท
รายรับต่อปี 20,000 x 12 = 240,000 บาท

 

หักค่าลดหย่อน

รายรับ
หักค่าใช้จ่าย 40% (แต่ไม่เกิน 60,000 บาท) 60,000
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 30,000
เหลือเงินที่จะนำไปหักภาษี 240,000-(60,000+30,000) = 150,000

 

ดูเงื่อนไขการเสียภาษี

รายรับหลังหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว เหลือ 150,000 จะเข้าข่ายต้องเสียภาษี 0% ก็คือไม่ต้องเสียภาษีนั่นเอง

 

การคิดคำนวณภาษี

หากพิจารณารายรับของนาย ก แล้วจะเห็นว่า เข้าเงื่อนไข รายรับตั้งแต่ 0 - 150,000 จะเสียภาษี 0% หรือไม่เสียภาษีนั่นเอง ดัง นั้นนาย ก มีรายรับ เดือนละ 20,000 จะไม่เสียภาษี แต่หากมีโบนัสสักแสน ก็ต้องเสีย ดังนั้นการมีโบนัสอาจจะไม่ใช่เรื่องดีเลย

 

กรณีที่ 2 นาย ข เงินเดือน 40,000 บาท

รายรับต่อเดือน 40,000 บาท
รายรับต่อปี 40,000 x 12 = 480,000 บาท

 

หักค่าลดหย่อน

รายรับ 480,000 บาท
หักค่าใช้จ่าย 40% (แต่ไม่เกิน 60,000 บาท) 60,000
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 30,000
เหลือเงินที่จะนำไปหักภาษี 480,000-(60,000+30,000) = 390,000

 

ดูเงื่อนไขการเสียภาษี

รายรับหลังหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว เหลือ 390,000 จะเข้าข่ายต้องเสียภาษี 10% 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เสียภาษีอัตราร้อย ละ 10

 

การคิดคำนวณภาษี

หากพิจารณารายรับของนาย ก แล้วจะเห็นว่า เข้าเงื่อนไข 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เสียภาษีอัตราร้อยละ 10
เงินเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว เหลือ 390,000 บาท
ได้รับยกเว้น 150,000 บาทแรก
เหลือเงินหลังหักค่ายกเว้น 390,000 - 150,000 = 240,000 บาท
เสียภาษี 10% คิดเป็นเงิน 240,000 x 10% = 24,000 บาท
รวมเสียภาษี 24,000 บาทต่อปี

 

กรณีที่ 3 นาย ค เงินเดือน 350,000 บาท

รายรับต่อเดือน 350,000 บาท
รายรับต่อปี 350,000 x 12 = 4,200,000 บาท

 

หักค่าลดหย่อน

รายรับ 4,200,000 บาท
หักค่าใช้จ่าย 40% (แต่ไม่เกิน 60,000 บาท) 60,000
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 30,000
เหลือเงินที่จะนำไปหักภาษี 4,200,000-(60,000+30,000) = 4,110,000

 

ดูเงื่อนไขการเสียภาษี

รายรับหลังหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว เหลือ 4,110,000 จะเข้าข่ายต้องเสียภาษี 35% เงินได้สุทธิเกินกว่า 4,000,000 บาท ขึ้นไป เสียภาษีอัตรา ร้อยละ 35

 

การคิดคำนวณภาษี

เงินเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว เหลือ 4,110,000 บาท
ได้รับยกเว้น 150,000 บาทแรก
เหลือเงินหลังหักค่ายกเว้น 390,000 - 150,000 = 3,960,000 บาท
เสียภาษี 35% คิดเป็นเงิน 3,960,000 x 35% = 1,386,000 บาท
รวมเสียภาษี 1,386,000 บาท

 

หมายเหตุ

ตัวอย่างนี้เป็นการคำนวณอย่างหยาบๆ แต่การคำนวณจริงๆ มีโอกาสน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับค่าลดหย่อน หากซื้อกองทุน ผ่อนบ้าน มี เมียไม่ทำงาน ลูกยังเรียน มีพ่อแม่ต้องดูแล อายุมากกว่า 60 ปี ฯลฯ นำมาเป็นค่าลดหย่อนได้ทั้งสิ้น

 

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับค่าลดหย่อนที่สามารถทำได้ http://www.rd.go.th/publish/45879.0.html

 

การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของคนไทยที่มีรายได้ จะต้องยื่นเสียภาษีประจำปี การเสียภาษีก็มีข้อดีเหมือนกัน เมื่อเสียภาษีทุกปี ก็แสดง ว่ามีรายได้ เมื่อมีรายได้ ก็จะมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน บางคนสามารถกู้เงินซื้อบ้านได้ เพราะยื่นเรื่องเสียภาษีทุกปี มีรายรับเข้ามาแน่ นอน เมื่อมีบ้านก็จะมีโอกาสสร้างทรัพย์สินอื่นๆ ได้อีก หรือมีโอกาสสร้างทุนได้ การเสียภาษีไม่ใช่จะมีแต่ผลเสีย เสียเงิน ต้องหาทาง ศึกษาประโยชน์ที่จะได้รับด้วย

 


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

ปลูกพืชผักพันธ์ ปักกิ่ง ไว้กินเอง ปลูกง่ายมาก

แนะนำวิธีปลูกพืชผักง่ายๆ ด้วยการปักกิ่ง ปักยอด การปลูกไม่ยากอย่างที่คิด ได้ผักที่ปลอดภัยจากสารเคมี แม้จะมีพื้นที่เพียงเล็กน้อย ก็มีพืชผักหลายประเภทที่สามารถเพราะปลูกได้ อ่านเพิ่มเติม..