แนะนำวิธีฝึกตีคอร์ดกีตาร์ตามคอร์ดเพลงหรือหนังสือเพลงเบื้องต้น สำหรับมือใหม่ที่กำลังหัดเล่นกีตาร์ ซึ่งอาจจะไม่รู้ว่าจะตีคอร์ด อย่างไร หรือตีแบบไหนให้ลงจังหวะ มีความไพเราะ ซึ่งบางคนมีปัญหาเรื่องจังหวะ แยกจังหวะไม่ได้ ก็จะตีคอร์ดไม่ได้เลย

 

คอร์ดเพลงทุกวันนี้หาได้ง่าย ไม่ต้องซื้อหนังสือเพลงและแบกขนให้หนักเหมือนเมื่อก่อนแล้ว โดยใช้มือถือพิมพ์คำว่า คอร์ด ตาม ด้วยชื่อเพลง และศิลปิน ที่ต้องการได้เลย เช่น คอร์ดเพลง เต็มใจให้ ศุ บุญเลี้ยง จากนั้นก็เล่นตามคอร์ดได้เลย แต่สำหรับมือใหม่ อาจ จะตีคอร์ดไม่ลงจังหวะ บทความนี้ก็มีคำแนะนำง่ายๆ

 

ฝึกพื้นฐานการตีคอร์ดให้เป็นจังหวะเสียก่อน

1. ฟังเพลงแล้วใช้มือขวาที่ทำหน้าที่ตีคอร์ด เคาะจังหวะไปตามเพลง แต่ต้องนับจังหวะ 1 - 2 - 3 - 4 วนซ้ำแบบนี้ ทุกครั้งที่เคาะ จังหวะไปตามเพลง หรือเคาะตามจังหวะกลองก็ได้ ง่ายดี
2. ดีคอร์ดกีตาร์ พร้อมนับจังหวะ 1 - 2 - 3 - 4 ไปแบบนี้ให้คล่อง ยังไม่ต้องจับคอร์ดใดๆ ก็ได้ ขอเพียงแค่ให้ตีจังหวะให้คล่อง ก่อน
3. ฝึกตีคอร์ดตามคอร์ดในเพลง ตัวอย่างในเพลงนั้นมีคอร์ดทั้งหมด 4 คอร์ด / C / Am / Dm / G7 / ให้ฝึกจับคอร์ด เริ่มจาก C ตี คอร์ดไปเรื่อยๆ พร้อมนับ 1-2 -3 -4 นับถึง 4 แล้ว ก็เปลี่ยนเป็นคอร์ด Am แล้วปฏิบัติแบบเดียวกัน ฝึกให้คล่อง ฝึกแบบนี้ไปก่อน โดยยังไม่ต้องสนใจว่าจะเป็นเพลงหรือไม่
4. ฝึกการตีคอร์ดที่ยากขึ้น เช่น
- จับคอร์ด C ตีคอร์ดพร้อมนับ 1 - 2
- เปลี่ยนเป็นคอร์ด Am ตีคอร์ดและนับ 3 - 4
- เปลี่ยนคอร์ดเป็น Dm ตีคอร์ดพร้อมนับ 1 - 2
- เปลี่ยนเป็นคอร์ด G7 ตีคอร์ดและนับ 3 - 4
5. ฝึกการตีคอร์ดที่ยากขึ้นเรื่อยๆ เปลี่ยนคอร์ดให้เร็วขึ้น เช่น
- จับคอร์ด C ตีคอร์ดพร้อมนับ 1
- เปลี่ยนเป็นคอร์ด Am ตีคอร์ดและนับ 2
- เปลี่ยนคอร์ดเป็น Dm ตีคอร์ดและนับ 3
- เปลี่ยนเป็นคอร์ด G7 ตีคอร์ดและนับ 4

 

** การฝึกแบบนี้จะเป็นการตีคอร์ดตามจังหวะ 4/4 ซึ่งเพลงส่วนใหญ่นิยมใช้แบบนี้ **

 

เทคนิคตีคอร์ดตามหนังสือเพลงหรือคอร์ดเพลง

ทำความรู้จักห้องเพลงและจังหวะเพลงกันก่อน

ก่อนอื่นจะต้องทำความรู้จักห้องพลงและจังหวะเพลงในหนังสือเพลงหรือคอร์ดเพลงกันก่อน
1. / / เครืองหมายนี้จะหมายถึงห้องเพลง ในหนึ่งห้องเพลงจะมี 4 จังหวะ ซึ่งนิยมใช้จังหวะแบบ 4/4 หรือเคาะจังหวะแบบ 1 - 2 - 3 - 4 นั่นเอง เข้าใจแบบง่ายๆ ก็คือ การตีคอร์ดหรือดีดสายกีตาร์ 4 ครั้ง พร้อมกับนับ 1 - 2 - 3 - 4

2. ในแต่ละเพลงจะมีจำนวนห้องเพลงมากน้อยตามความสั้นยาวของเพลง อย่างเพลงนี้มีทั้งหมด 64 ห้องๆ ละ 4 จังหวะ ( 1-2-3-4) การเล่นเพลงนี้ ก็จะต้องตีคอร์ดหรือดีดสายกีตาร์ประมาณ 64 คูณ 4 = 256 ครั้ง แต่ถ้าเล่นแบบเกากีตาร์ จะต้องขยับนิ้วไม่ต่ำกว่า 300 ครั้งขึ้นไป กว่าจะจบเพลง

3. เพลงส่วนใหญ่จะไม่มีใครมาแยกห้องและจังหวะให้แบบนี้ จะต้องแยกเอง การแกะเพลงเพื่อเล่นเป็นวง จำเป็นต้องแกะอย่างละเอียด ไม่เช่นนั้นจะเล่นกีตาร์ร่วมกับคนอื่นไม่ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่รู้ว่าคนร้องควรจะร้องห้องที่เท่าไร การโซโล่จะเริ่มตอนไหน เสียงกลอง คีย์บอร์ดจะเล่นเมื่อไหร่


4. วิธีแยกห้องแบบง่ายๆ อาจจะดูท่อน Solo: หรือ Instru: หรือ ดนตรี : ดังภาพ


5. คราวนี้ก็เทียบเคียงเอาเอง ว่าคำร้องและคอร์ด ควรจะมีกี่จังหวะ ในแต่ละห้อง เช่น ขอเพียงได้คิดถึง มี 2 ห้องๆ 4 จังหวะ
G A Bm
ขอ เพียง ได้ คิด ถึง
1 2 3 4 1 2 3 4

 

 

วิธีตีคอร์ดตามห้องเพลงและจังหวะในแต่ละห้องเพลง

ห้องเพลงมีหลายแบบ ซึ่งจะมีวิธีตีคอร์ดดังนี้
1. / G / กรณีนี้ ก็จับคอร์ด G แล้วตีคอร์ด 4 ครั้ง กรณีเล่นเพลงเร็ว หรือ 2 ครั้งกรณีเพลงช้า หรือครั้งเดียวกรณีเพลงช้ามาก แล้วจึง เปลี่ยนไปจับคอร์ดอื่นในห้องถัดไป ในข้อที่ 2 เช่น คอร์ด D
2. / D A / ห้องนี้มี 4 คอร์ด ก็จะตีคอร์ดหรือดีดสายคอร์ดละ 2 ครั้ง จับคอร์ด D ตีคอร์ดนับ 1 - 2 แล้วเปลี่ยนคอร์ดเป็น A ตี คอร์ดนับ 3 - 4 จากนั้นก็เปลี่ยนคอร์ดไปข้อที่ 3
3. / D A Bm / ห้องเพลงนี้มี 3 คอร์ด การจับคอร์ดและตีคอร์ดที่นิยมจะมีหลายแบบ เช่น
- จับคอร์ด D ตีคอร์ดครั้งเดียว นับจังหวะ 1 แล้วเปลี่ยนคอร์ด
- เปลี่ยนคอร์ดเป็น A ตีคอร์ด นับจังหวะ 2 แล้วเปลี่ยนคอร์ด
- เปลี่ยนคอร์ดเป็น Bm ตีคอร์ด 2 ครั้ง นับจังหวะ 3 - 4
- การตีคอร์ด อาจจะตีคอร์ดใดๆ 2 ครั้ง แต่คอร์ดที่เหลือ ตีคอร์ดครั้งเดียว โดยจะต้องนับจังหวะ 1 - 2 - 3 - 4 คล้ายกัน
4. / C Em Am G / ห้องเพลงนี้มี 4 คอร์ด วิธีตีคอร์ดจะจับคอร์ด ตีคอร์ดครั้งเดียวแล้วรีบเปลียนคอร์ดทันที เป็นเพลงเร็ว
- จับคอร์ด C ตีคอร์ดพร้อมนับ 1
- เปลี่ยนเป็นคอร์ด Em ตีคอร์ดและนับ 2
- เปลี่ยนคอร์ดเป็น Am ตีคอร์ดและนับ 3
- เปลี่ยนเป็นคอร์ด G ตีคอร์ดและนับ 4

 

* การตีคอร์ดในลักษณะนี้ มีข้อดีก็คือ หากมีความเข้าใจ ก็จะสามารถตีคอร์ดได้ลงจังหวะกับเพลงต้นฉบับ เล่นเพลงแล้วตีคอร์ด กีตาร์ตามได้เลยจะตรงกัน ลงจังหวะ แต่ต้องศึกษาการนับห้องเพลง และจังหวะ ต้องเข้าใจ *


2>ตีคอร์ดให้ตรงกับเนื้อร้องในเพลง

การตีคอร์ดที่ง่าย และนิยมใช้กัน จะใช้การจับคอร์ด ตีคอร์ดให้ลงตรงกับคำร้องในเพลง เช่น เพียง จะต้องจับคอร์ด A พร้อมตี คอร์ดและร้องตามเนื้อ การตีคอร์ดแบบนี้ง่าย โดยปฏิบัติดังนี้
1. ฝึกจับคอร์ดทั้งหมดให้คล่องเสียก่อน พร้อมฝึกตีตามจังหวะ 1 - 2 - 3 - 4
2. ฝึกร้องเพลงให้ได้เสียก่อน
3. ฝึกตีคอร์ด สำหรับมือใหม่ ให้ร้องไปเรื่อยๆ แล้วจับคอร์ด ตีคอร์ด พร้อมกับร้องตามคำร้องที่ตรงกับคอร์ดนั้นๆ อาจจะตีคอร์ดครั้ง เดียว หรือหลายครั้งก็ได้ ฝึกร้องและตีคอร์ดให้เป็นเพลงก่อน แล้วค่อยพัฒนาการตีคอร์ดให้มีความไพเราะมากขึ้น


* สำหรับมือใหม่หัดเล่นกีตาร์ จะต้องเลือกเพลงสักเพลง แล้วฝึกร้อง จับคอร์ด ตีคอร์ดตามให้คล่อง พร้อมสามารถพลิกแพลงจังหวะ การเล่น การตีคอร์ดให้ได้ ก็จะสามารถเล่นเพลงอื่นได้อัตโนมัติ*

คำแนะนำ

สำหรับมือใหม่ที่กำลังหัดเล่นกีตาร์ ผู้เขียนแนะนำให้ฝึกตีคอร์ดตามเพลงนี้ให้คล่องเสียก่อน เพราะเพลงนี้ค่อนข้างง่าย จำไว้ว่า ต้อง เล่นเพลงเดียวให้ดีที่สุด ทำให้ได้ก่อน ยิ่งเล่นได้เหมือนต้นฉบับมากเท่าไร ฝีมือก็จะพัฒนาเร็วมาก แต่ช่วงแรกๆ จะค่อนข้างน่าเบื่อ ก็ ต้องอดทน บางเพลงนั้น ผู้เขียนฝึกเกือบเดือน เพลงเดียว แต่หลังจากเล่นได้แล้ว ก็สามารถเล่นเพลงอื่นในสไตล์เดียวกันได้ไม่ยากเลย

ศึกษาวิธี  ตีคอร์ดเพลงเต็มใจให้  ได้จากบทความนี้

 

เพลงนี้นอกจากการตีคอร์ดแล้วอาจจะใช้การเกากีตาร์ ศึกษาวิธี เกากีตาร์เพลง เต็มใจให้   ได้จากบทความนี้


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

กริยา 3 ช่อง flee fled fled หลบหนี ตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล

บทความอธิบายการใช้กริยา 3 ช่อง flee fled fled หลบหนี ตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล กริยาแบบนี้จะมีการ เปลี่ยนรูปไปตามกาล ปัจจุบัน อดีต และอนาคต รูปแบบคำจะเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม พร้อมยกตัวอย่างการใช้คำกริยานี้เพิ่มเติม เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น อ่านเพิ่มเติม..



เรียนคำศัพท์อังกฤษ วันละคำ พร้อมตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล

บทความอธิบายการใช้กริยา 3 ช่อง misspeak misspoke misspoken พูดผิด ตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล กริยาแบบนี้จะมีการ เปลี่ยนรูปไปตามกาล ปัจจุบัน อดีต และอนาคต รูปแบบคำจะเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม พร้อมยกตัวอย่างการใช้คำกริยานี้เพิ่มเติม เพื่อให้เข้า ใจมากยิ่งขึ้น