บทความนี้จะมาแนะนำเรื่องควรรู้ในการใช้งาน ตัวช่วยขยายสัญญาณไวไฟ หรือ ตัวดูดสัญญาณไวไฟ หรือ รีพีตเตอร์ ตามแตะจะเรียกกัน ว่า ควรจะใช้งานแบบใด เหมาะกับการใช้งานแบบใด ต้องใช้งานอย่างไร ใครที่จำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์แบบนี้ ตลอดจนการวางตำแหน่งเครื่องเพื่อให้ ได้ความเร็วมากที่สุด

 

การใช้เน็ตบ้าน ไม่ว่าจะเป็น TOT 3BB หรือ ผู้ให้บริการรายอื่นๆ ในแต่ละบ้าน หน่วยงานต่างๆ จะใช้เราเตอร์ไวไฟเพื่อกระจายสัญญาณเน็ต แต่สัญญาณอาจจะลดลง ทำให้ความเร็วการเชื่อมต่อเน็ตลดลงไปด้วยเช่นกัน จึงจำเป็นจะต้องใช้ตัวขยายสัญญาณ หรือ Repeater หรือ Wi-Fi Range Extender แต่ก่อนจะซื้อมาใช้งาน ก็ควรศึกษาหาความรู้เบื้องต้นเสียก่อน เพราะบางทีอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้

 

 

ตัวแปรที่ทำให้สัญญาณไวไฟลดลง เน็ตช้า

เน็ตบ้านที่กระจายสัญญาณทางไวไฟ จะมีตัวแปรที่ส่งผลทำให้ความเร็วในการใช้อินเตอร์เน็ต ช้าลง สะดุด หรือ อาจจะใช้งานไม่ได้เลย เช่น

ระยะทาง ระยะห่างระหว่างตัวเราเตอร์ไวไฟกับเครื่องรับ

ระยะที่ห่างระหว่างตัวไวไฟ และ เครื่องรับ อย่าง มือถือ โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต จะมีตัวแปรหลายอย่าง กรณีใช้เน็ตบ้านร่วมกันหลายคน หลายบ้าน ในละแวกเดียวกัน ความห่างกันของแต่ละบ้าน แต่ละห้อง จะมีผลต่อความเร็วอินเตอร์เน็ต อีกทั้งการวางตัวไวไฟเราเตอร์ไว้ในบ้าน เมื่อมีการปิด ประตูบ้าน หรือฝนตก อากาศไม่ดี สัญญาณเน็ตจะลดลง การเชื่อมต่อเน็ตจะช้าลง หรือ อาจจะสะดุด หรือไม่สามารถเชื่อมต่อได้ อีกทั้งบ้านแต่ละ หลังหากมีสิ่งกีดขวาง อย่างผนัง กำแพง บ้านหลังอื่น ก็จะส่งผลทำให้ความเร็วเน็ตลดลงเช่นกัน

 

ในกรณีนี้อาจจะใช้ตัวขยายสัญญาณ ติดไว้นอกบ้าน หากเครื่องรับ ยังรับได้ไม่ดี ก็อาจจะต้องลากสายไปติดตั้งไว้ระหว่างบ้านแต่ละหลัง เพื่อช่วย เพิ่มสัญญาณไวไฟให้แรงขึ้น

 

กรณีสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะเป็นตึกมีหลายชั้น ก็เช่นกัน หากตัวไวไฟ อยู่ชั้นล่างสุด ก็จะส่งผลทำให้ชั้นบนสุดได้รับสัญญาณเน็ตไม่ดีนัก หรือ รับไม่ได้ หากฝนฟ้าอากาศไม่ดี จึงอาจจะนำตัวขยายสัญญาณไปติดในตำแหน่งชั้นอื่น

 

ตัวขยายสัญญาณจะช่วยให้สัญญาณเน็ตแรงขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ ก็อาจจะปรับตำแหน่งไวไฟหลักเสียก่อน อย่างการตั้งให้อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้ช่องลม หรือ หน้าต่าง บานเกล็ด ก็จะช่วยให้ส่งสัญญาณไวไฟ ออกไปนอกบ้านได้ดียิ่งขึ้น เมื่อปิดประตูหน้าต่างบ้าน จากที่ผู้เขียนได้ลองทดสอบ เมื่อปิด ประตูบ้าน ปิดหน้าต่าง ความเร็วเน็ตจะลดลงทันที และเมื่ออากาศไม่ดี ความเร็วเน็ต ก็จะแย่งลงไปอีก เป็นต้น

 

การทดลองตั้งตำแหน่งไวไฟเราเตอร์ในจุดต่างๆ ควรจะทดสอบก่อนจะตัดสินใจซื้อตัวขยายสัญญาณ อย่างการตั้งไว้ในบ้านและตั้งกับพื้น สัญญาณบางส่วนย่อมจะถูกปิดกั้น จากกำแพง หรือประตู หน้าต่างทีปิดเอาไว้ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ก็จะช้าลง

 

ดังนั้นจึงควรทดลอง เปลี่ยนตำแหน่งไวไฟเราเตอร์ และทดลองเชื่อมต่อเน็ตในสภาพอากาศแบบต่างๆ อย่าง แดดจัด ท้องฟ้าสดใส แดดรำไร อากาศไม่ดี มีฝน ก็จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนถึงความเร็วที่ลดลงของสัญญาณอินเตอร์เน็ต ผ่านไวไฟ

 

ตัวอย่างการใช้ตัวขยายสัญญาณไวไฟ TP-Link Mercusys MW300RE

การใช้ อุปกรณ์เหล่านี้ ผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงและทำตลาดมาอย่างยาวนาน ก็จะเป็นยี่ห้อ และสินค้าที่ไว้ใจได้ในเรื่องคุณภาพ เช่น D-Link, TP-Link เป็นต้น อย่าง Tp-Link Mercusys ถือว่ามีราคาไม่แพง 200 กว่าบาท เท่านั้นเอง
1. ตัวขยายสัญญาณ TP-Link Mercusys MW300RE ราคา 200 กว่าบาท


2. การเริ่มต้นใช้งานให้เสียบปลั๊ก กดปุ่ม Reset แล้วรอสัญญาณไฟเขียวที่ตัวเครื่อง


3. ใช้มือถือค้นหา ไวไฟ ก็จะพบกับ ชื่อ MERCUSYS_RE_2ACE ให้แตะเลือก
4. จะเข้าสู่หน้าจอให้พิมพ์รหัสผ่ผ่าน ก็พิมพ์ลงไป พิมพ์รหัสผ่านตัวเดียวกับไวไฟบ้านของผู้อ่านไปเลย เอาง่ายๆ แบบนี้ก่อน เมื่อเข้าใจดีแล้ว จะ เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นก็ตามใจ ทั้งสองช่องจะต้องพิมพ์ให้เหมือนกัน ให้พิมพ์ช้าๆ แล้วดูไปทีละตัว หากผิด ก็ลบ แล้วแก้ไข ถ้ารหัสผ่านไม่ตรงกัน ก็จะ Log in ไม่ผ่าน
5. เมื่อรหัสผ่านตรงกัน หลังจากแตะ Login แล้วก็จะผ่านไปได้ แต่หากไม่ผ่าน ก็แสดงว่า รหัสผ่านไม่เหมือนกัน ให้พิมพ์ช้าๆ ให้เหมือนกัน


6. เมื่อผ่่านไปได้แล้ว ให้แตะเลือกไวไฟบ้านของเรา ที่เป็นตัวแม่ เช่น myhome1


7. ช่องด้านบน แตะและพิมพ์รหัสผ่านไวไฟบ้านของผู้อ่าน หรือไวไฟที่เราต้องการขยายสัญญาณ
8. ช่องด้านล่าง แตะและพิมพ์ชื่อของตัวขยายสัญญาณ เช่น myhome2
9. เสร็จแล้วแตะ Next
10. หากปรากฏหน้าจอแบบนี้ ก็แสดงว่า สำเร็จแล้ว


11. ทำการค้นหาไวไฟ ก็จะพบกับตัวกระจายสัญญาณ เช่น myhome1 เป็นไวไฟตัวหลัก myhome2 เป็นตัวขยายสัญญาณที่เพิ่งจะตั้งค่าไปนั้นเอง ให้แตะเลือกตัวนี้
12. ใส่รหัสผ่านเพื่อใช้งาน ง่ายๆ แค่นี้เอง


13. ในการนำไปใช้งานจริงนั้น ให้ทดลองนำไปวางตำแหน่งต่างๆ เช่น ติดไว้นอกบ้าน แล้วดูว่า สมาชิกในบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นรับสัญญาณได้ดี หรือไม่ ถ้ารับได้ไม่ดี ก็ขยับไปเรื่อย หรืออาจจะต้องทำที่ตั้งพิเศษ เหมือนโคมไฟหน้าบ้าน หลังบ้าน

 

สรุป

กรณีมีการแชร์สัญญาณไวไฟให้ใช้กันหลายคน หลายห้อง หลายบ้าน สิ่งกีดขวาดอย่างผนัง หน้าต่าง ก็จะทำให้สัญญาณไวไฟลดลง ดังนั้น อุปกรณ์ตัวนี้จึงมีความสำคัญ และราคาก็ไม่แพงมาก 200 กว่าบาทเท่านั้นเอง