แต่ละคนก็มีสิ่งที่อยากทำหรือกิจกรรมที่ตัวเองชื่นชอบ แต่การทำอะไรก็ตามก็จำเป็นจะต้องรู้ว่า สิ่งที่ทำนั้น กำลังทำให้ตัวเอง เสียเวลา เสียทรัพย์ เสียโอกาสดีๆ ในชีวิตไปหรือไม่ อย่างบางคนบ้าปลูกต้นไม้ จนไม่เป็นอันทำงาน ทำการอย่างอื่น แต่ปลูกไว้ เชยชมเท่านั้นเอง ไม่ได้ปลูกไว้ขายและปลูกมากเสียด้วย แต่ละวันเสียเวลาหลายชั่วโมงกับการรดน้ำต้นไม้ ดูแลต้นไม้ โดยไม่ เกิดรายได้อะไรขึ้นมาเลย

 

 

การทำกิจกรรมใดๆ ก็เป็นความชอบส่วนบุคคล หากไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หากทำให้ตัวเองเดือด ร้อน โดยไม่รู้ตัว รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็อาจจะสร้างปัญหาในอนาคต ซึ่งคงจะไม่เป็นเรื่องดีแน่นอน เพราะในช่วงหนึ่งของชีวิตคนเรา นั้น อาจจะมีเวลา มีโอกาสได้ทำบางอย่าง แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น เมื่อผ่านเวลานั้นไปแล้ว ก็อาจจะไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว เช่น ช่วงนั้น อาจจะมีงานที่ทำให้มีรายได้เข้ามา ไม่เดือดร้อน จึงมีเวลาไปทุ่มเทกับงานอดิเรกที่ไม่สร้างรายได้ และก็ทำอย่างเต็มที่ หากเวลานั้นผ่านไป การงานหรือการเงินมีปัญหา ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคต

ตัวอย่างกิจกรรมที่ทำให้ชีวิตเสียเวลาโดยไม่รู้ตัว

กิจกรรมที่ทำให้คนเราเสียเวลาโดยใช่เหตุ เสียเงิน เสียทอง เสียโอกาส มีหลายเรื่องที่เราอาจจะมองข้าม หรือคาดไม่ถึง หรือ รู้ตัวแต่ยังไม่มีความเดือดร้อนเกิดขึ้นตามมา จึงไม่สนใจเพราะสิ่งที่ทำนั้น หากเป็นสิ่งที่ชอบ บางคนก็จะตั้งหน้าตั้งตาทำ โดยไม่ ศึกษาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา หรือไม่สนใจว่าใครจะห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง

 

การปลูกต้นไม้ ดอกไม้ จัดสวน

ความชอบเรื่องต้นไม้ ดอกไม้ บางคนเน้นการปลูกสารพัดชนิดไว้รอบบ้าน ซึ่งสร้างปัญหาในการดูแล การรดน้ำ ที่สำคัญ สั่ง นั้นไม่เกิดรายได้ บางคนชอบต้นไม้แต่ทำเองไม่เป็น ต้องจ้างคนอื่นช่วยปลูกและดูแล ก็จะเป็นปัญหาอีกเช่นกัน แต่กลับไม่รู้สึกว่า เป็นปัญหา เพราะความชอบจึงมองข้ามไป เนื่องจากมีรายได้จากงานอื่นเป็นรายได้หลักอยุ่แล้ว แต่บางคนไม่เป็นเช่นนั้น ไม่ได้มี รายได้จากทางใด อนาคตก็ย่อมจะมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน

 

การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงหลายตัว

การมีสัตว์เลี้ยงทำให้เวลาในชีวิตหายไป หรือเวลาที่จะไปทำสิ่งดีๆ ต้องเหลือน้อยลง โดยเฉพาะคนที่เลี้ยงแบบเอาใจใส่มาก เกินเหตุ ทุกลมหายใจเข้าออก มีแต่สัตว์เลี้ยงแสนรัก เฝ้าสังเกตุสัตว์เลี้ยงของตนทุกอย่าง พูดถึงได้ทั้งวัน ซึ่งก็มีคนไม่น้อยที่ หมกมุ่นกับสัตว์เลี้ยงมากขนาดนี้ แทนที่จะปล่อยให้แต่ละชีวิต ได้ดำเนินไปในทางของตน เพื่อจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่น

 

การศึกษาหาความรู้ในเรื่องหนึ่งเรื่องใด

การศึกษาหาความรู้ในเรื่องหนึ่ง เรื่องใด ก็เป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องรู้จักแยกแยะประเภทของความรู้ ว่าแบบใดควรรู้ แบบใด ไม่ ควรเสียเวลา เช่น
1. ความรู้ที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ ความรู้ประเภทนี้มีความจำเป็น ต้องรู้ลึก รู้จริง เป็นความรู้หลัก ที่จะต้องมีติดตัว เพื่อ ไว้ทำมาหากิน สร้างรายได้
2. ความรู้รอบตัว เพื่อไว้สนทนา พูดคุย กับผู้อื่น คนมีความรู้รอบตัวเยอะ อาจเป็นบุคคลที่น่าสนใจ แต่เวลาที่หมดไปกับการหา ข้อมูล ประเภทนี้ก็ย่อมจะมากตามไปด้วยเช่นกัน รู้เพียงเพื่อไว้คุยโม้โอ้อวด นั้นไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด เสียเวลา เรื่องแบบนี้จะ เริ่มรู้ตัวก็ต่อเมื่อ ชีวิตมีปัญหาเรื่องการงาน การเงิน จึงจะเริ่มคิดได้ว่า ทำไมจึงไปเสียเวลาทำเรื่องไม่เป็นเรื่องเหล่านั้น

 

กิจกรรมด้านความบันเทิง คั่นเวลา

ทุกวันนี้เราเข้าถึงความบันเทิงได้ง่ายมาก และตลอดเวลาด้วยการใช้มือถือ กิจกรรมเหล่านี้ ทั้งการดูวิดีโอ โซเชียล ทำให้ชีวิต เสียเวลามากเลยทีเดียว แทนที่จะเอาเวลาไปพัฒนาตนเอง ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองมากกว่านั้น

 

กิจกรรมทางสังคม

การเข้ากลุ่ม เข้าสังคม เป็นอีกเรื่องที่ทำให้ชีวิตเสียเวลา และอาจจะนำปัญหามาให้ด้วยเช่นกัน เพราะบางคนที่เราติดต่อนั้น ก็อาจจะบางคนที่ชีวิตกำลังมีปัญหาบางอย่าง คนส่วนใหญ่จะชอบยุ่งกับเรื่องของคนอื่น เข้าไปให้คำแนะนำคนอื่น ช่วยเหลือคน อื่น บางครั้งก็มากเกิน จนทำให้ชีวิตตัวเองต้องพลอยเสียเวลาหรือได้รับความเดือดร้อนจากสิ่งที่ทำไปด้วยเช่นกัน

 

บ้ารถ ชอบรถ

ความชอบเรื่องรถไม่เข้าใครออกใคร ทั้งคนมีเงินและไม่มีเงิน โดยเฉพาะหากเป็นคนมีเงินด้วยแล้ว ก็จะใช้เงินแบบไม่ต้องคิด อะไร ไม่มีสติกำกับ เสียเวลาไปกับรถ เสียเงินหลักแสนหรือหลักล้าน ตามแต่มูลค่าของรถและของแต่ง บางทีแม้จะเป็นรถเล็กๆ อย่างมอเตอร์ไซค์แม่บ้านก็ตามที แต่ก็อาจจะเสียเงินไปหลักแสนบาทเลยทีเดียว ในเรื่องนี้บางคนอาจจะไม่เสียเวลาอย่างที่คิด หากเน้นลงมือทำเอง ซ่อมรถเอง แต่งเอง แต่หากทำเองไม่เป็น ต้องจ้างอย่างเดียว ก็จะไม่ได้ความรู้ติดตัว มีแต่ประสบการณ์เสีย ค่าโง่เท่านั้นเอง

 

ความคาดหวังและการช่วยเหลือคนอื่น

นี่คือเรื่องที่มักจะทำให้คนเราต้องเสียเวลาเป็นปีๆ หรืออาจจะเป็นสิบปีเลยทีเดียว กับความคาดหวัง และพยายามช่วยเหลือ ให้บางคนเป็นอย่างที่เราคิด บางคนนั้นไม่เพียงคาดหวัง แต่พยายามช่วยเหลืออีกฝ่าย หรือคนรอบข้าง แต่คนเหล่านั้นก็ยังไม่ทำ อะไรที่ประสบความสำเร็จสักที หรือยังไม่เข้าใจในความหวังดี ยังไม่เห็นประโยชน์ของสิ่งที่ตนพยายามช่วยเหลือ เรื่องแบบนี้เรา อาจประสบกับตัวเอง อย่างการช่วยเหลือเพื่อนฝูง คนในครอบครัว คนรักคู่ครอง ลูกหลาน

 

การปล่อยวางแล้วปล่อยให้แต่ละคนได้เดืนทางไปตามชีวิต เรียนรู้ชีวิตของตนเอง อาจเป็นเรื่องที่ดีกว่า เพราะความรู้ ความ เข้าใจในเรื่องใดๆ ก็ตาม ย่อมจะต้องใช้เวลา การพยายามสอนใคร ช่วยเหลือใครสักคน บางทีอาจจะใช้เวลาหลายปีกว่าที่คนนั้น จะเข้าใจ ก็ย่อมจะทำให้ชีวิตตัวเองต้องเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ เพราะหากสิ่งที่ตนช่วยเหลือนั้น แม้จะเป็นเรื่องดี แต่ยังไม่ถึงเวลา คนรอบตัวก็ย่อมจะไม่เห็นค่า

 

สิ่งที่เราคิดและอยากจะทำนั้นก็มีหลายอย่าง แต่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ควรหาเวลาหยุดคิดพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียที่จะเกิด ขึ้นหรือกำลังเกิดขึ้นก่อตัวอย่างช้าๆ เพราะอาจจะส่งผลเสียต่อตนเองในอนาคตได้ อย่างเรื่องสำคัญก็คือรายได้ การเงินที่จะมี ปัญหาในอนาคต เพราะบางคนในช่วงหนึ่งนั้น อาจจะมีเงินให้ใช้เรื่อยๆ ไม่เดือดร้อน แต่ไม่ตลอดไป และเมื่อใดที่เกิดปัญหา ก็จะ เริ่มโกรธตัวเอง ที่เอาแต่หมกมุ่น ทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง จนทำให้ชีวิตต้องพัง บางคนมีลูก ลูกมีความชอบในเรื่องใด ก็ทุ่มเทผลักดัน แต่ความชอบนั้น ก็เป็นเพียงแค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น สุดท้ายเด็กก็หยุดและไปเริ่มทำกิจกรรมอ่น ทำให้ชีวิตเสียเวลา เสียเงินทอง ไปกับความชอบที่ไม่จริงจัง

 

ในช่วงหนึ่งของคนเรา ย่อมจะมีสิ่งที่ชอบหลายอย่าง และกิจกรรมเหล่่านั้น มีค่าใช้จ่ายรออยู่เสมอ มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่า เกี่ยวกับเรื่องใด แต่ละเรื่องส่งผลเสียมากน้อยต่างกัน อย่าเอาแต่หมกมุ่นมากเกินไป หยุดคิดบ้าง แล้วชีวิตจะไม่เสียเวลา

 


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

รูปแบบการใช้กริยา 3 ช่อง upset upset upset เสียใจ กับ Tense ทั้ง 12 แบบ

บทความแสดงรูปแบบการใช้คำกริยา 3 ช่อง upset upset upset เสียใจ กับประโยคในภาษาอังกฤษหรือ Tense ทั้ง 12 แบบ เช่น Present Tense, Past Tense และ Future Tense โดยแต่ละแบบยังมีเท้นส์ย่อยอีก 4 แบบ รวมเป็น 12 แบบ ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจการใช้คำกริยา 3 ช่องนี้ มากยิ่งขึ้น อ่านเพิ่มเติม..



เรียนคำศัพท์อังกฤษ วันละคำ พร้อมตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล

บทความอธิบายการใช้กริยา 3 ช่อง grow grew grown เจริญงอกงาม, งอกขึ้น ตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล กริยาแบบนี้จะมีการ เปลี่ยนรูปไปตามกาล ปัจจุบัน อดีต และอนาคต รูปแบบคำจะเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม พร้อมยกตัวอย่างการใช้คำกริยานี้เพิ่มเติม เพื่อให้เข้า ใจมากยิ่งขึ้น