บทความแนะนำแนวทางแก้ไขปัญหาการเงินที่เกิดจากการมีหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้ที่ต้องจ่ายทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินที่เกิดจากการผ่อนรถ ผ่อนบ้าน หรือทรัพย์สินอื่นๆ หรือ หนี้สินจากการกู้เงินนอกระบบ หนี้สินจากการพนัน ฯลฯ

 

การมีหนี้สินย่อมจะสร้างปัญหาทุกข์ใจ แต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นหนี้แบบใด การเป็นหนี้สินที่เกิดจากการกู้เงินนอกระบบ จะสร้าง ปัญหาให้มากที่สุด เพราะการทวงหนี้จากเจ้าหนี้ อาจจะไม่ใจดี หรือ ไม่สามารถแก้ปัญหากันได้ง่ายๆ เหมือนหนี้ประเภทอื่นอย่างการเป็นหนี้ ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ซึ่งยังสามารถตัดใจขายรถขายบ้าน เพื่อเคลียร์หนี้สินได้ แต่หนี้นอกระบบเป็นเรื่องที่ยากมาก

 

แนวทางแก้ปัญหาหนี้สินแบบต่างๆ

แนวต่อไปนี้ อาจจะไม่สามารถใช้ได้กับทุกกรณี ขึ้นอยู่กับว่า ปัญหาหนี้สินได้ดำเนินมานานมากหรือยัง ตัวเองยังมีทรัพย์สินอะไรที่ยัง สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อนำไปชำระหนี้ได้บ้าง และสิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ การยอมรับความจริง บางคนหน้าใหญ่ กลัวคนรู้ว่าเป็นหนี้ ก็แอบๆ ซ่อนๆ แก้ปัญหาหนี้สินในทางผิดๆ ก็จะยิ่งทำให้เสียเงินมากยิ่งขึ้น เช่น นำบ้าน ที่ดินไปจำนอง หรือนำทรัพย์สินไปจำนำ เพื่อนำเงินมาใช้หนี้

 

วิเคราะห์ทรัพย์สินตัวเองให้ละเอียดรอบด้าน

เมื่อพบว่าเริ่มมีหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นหนี้แบบใด ทั้งหนี้นอกระบบ หนี้ที่จากการผ่อนสินค้าหรือทรัพย์สินต่างๆ จำเป็นจะต้องรีบคำนวณมูลค่า ทรัพย์สินของตัวเอง ว่ามีมากน้อยเพียงใด และสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้มากน้อยเพียงใด มากกว่าหรือน้อยกว่าหนี้สินที่มีอยู่ เพื่อให้รู้ว่า ตน เองนั้นยังมีความสามารถในการชำระหนี้ได้หรือไม่

 

นอกจากนี้ให้วิเคราะห์รายรับของตัวเอง อย่างละเอียด มีรายรับต่อเดือนมากน้อยเพียงใด ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญ เพื่อประกอบการตัดสิน ใจปิดหนี้สินให้หมด เช่น ขายทรัพย์สินที่มี เพื่อชำระหนี้ทั้งหมด หรือแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นเช่น ปล่อยให้ยึด หรือขายทรัพย์สินเพื่อปลดหนี้ เป็น ต้น

 

ปรึกษากับผู้มีประสบการณ์เรื่องการจัดการหนี้สิน

เมื่อพบว่าตัวเองได้สร้างหนี้สินจะด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือ ความผิดพลาดก็ดี การปรึกษาผู้มีประสบการณ์จะช่วยให้พบทางออก สามารถจัดการกับปัญหาได้เร็ว เพราะขณะที่กำลังประสบปัญหาอยู่นั้น ก็มักจะมีอาการมืดสิบด้าน คิดอะไรไม่ออก ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด หรือ แก้ปัญหาผิดวิธี โดยเฉพาะการมีหนี้เงินผ่อน หนี้นอกระบบ

 

บางคนมีบ้านก็นำบ้านหรือที่ดินไปจำนอง เอาเงินมาใช้หนี้ กลับกลายเป็นการสร้างหนี้ก้อนใหม่ และทำให้เสียทรัพย์สินนั้นไปในที่สุด เพราะ ตัวเองไม่มีรายได้อะไร จึงไม่มีเงินใช้หนี้ ตัวอย่าง มีที่ดินมูลค่า 2 ล้าน แต่นำไปจำนองไว้แค่ 1 ล้าน เมื่อไม่มีเงินไปใช้หนี้ ก็จะทำให้หนี้พอกพูน ขึ้นเรื่อยๆ และมักจะถูกเจ้าหนี้ยึดเอาที่ดินไปในราคาถูก หากเลือกตัดสินใจให้เร็ว เช่น ตัดใจขายที่ดินในราคา 2 ล้าน หรือถูกกว่านั้น ก็จะได้เงิน มากขึ้นจากเงินส่วนต่าง เมื่อเทียบกับการนำไปจำนองไว้แค่ 1 ล้านบาท

 

ยอมตัดใจ ยอมเสียหน้า ยอมเสียศักดิ์ศรี

เมื่อวิเคราะห์อย่างละเอียดแล้วพบว่า ตัวเองคงจะไม่สามารถชำระหนี้สินได้อย่างแน่นอน ก็ต้องรีบตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง ก่อนจะสายเกินไป ยอมตัดใจ ยอมเสียหน้า บางคนเคยรวย หรือเคยทำตัวหน้าใหญ่ จนไม่ลง อายชาวบ้าน นินทา จึงได้แต่ยื้อไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้หนี้เพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างหนี้แบบต่างๆ เช่น
- หนี้สินเกี่ยวกับการผ่อนรถ ถ้าคิดว่าการเงินมีปัญหา ผ่อนต่อไม่ไหว การตัดสินใจขายรถจะช่วยให้ปัญหาจบเร็ว และไม่เจ็บตัว เพราะยิ่งดันทุรัง เก็บรถเอาไว้ ราคารถก็ลดลงทุกวัน หนี้ก็จะยิ่งเพิ่มทุกวัน
- หนี้เงินกู้นอกระบบ หนี้แบบนี้ดอกเบี้ยโหดมาก หากมีทรัพย์สินอะไรที่สามารถขายเพื่อนำมาใช้หนี้ได้ ก็จำเป็นจะต้องทำ เพราะดอกเบี้ยเพิ่ม เร็วมาก อย่างบางคนกู้เงินมาแค่ 10,000 บาท แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยทุกวันๆ ละ 200 บาท จนกว่าจะจ่ายเงินต้นทั้งหมด หรือดอกเบี้ยเดือนละ 6,000 บาท เลยทีเดียว หากกู้ยืมเงินเป็นแสนบาท ก็จะทำให้หนี้สินเพิ่มเร็วมาก จึงต้องรีบหาทางจัดการหนี้สินให้เร็วที่สุด ยอมรับความผิด พลาดของตนเอง

ปรึกษากับเจ้าหนี้เพื่อหาทางออก

เมื่อพบว่าตัวเองมีปัญหาในเรื่องการชำระหนี้ ก็ต้องคุยกับเจ้าหนี้เพื่อหาทางออก อาจจะเป็นการยืดหนี้ออกไป หรือลดจำนวนเงินที่จะต้อง ชำระต่องวดให้น้อยลง เป็นต้น

 

มีหนี้สินก้อนใหญ่ อย่าเอาเงินเล็กๆ น้อยๆ มาจ่าย

หากมีหนี้ก้อนใหญ่ มีหนี้จำนวนมาก ต้องระวังอย่านำเงินเล็กๆ น้อยๆ ไปโป๊ะหนี้ เช่น ยืมเงินเพื่อนฝูงบ้าง หรือขายทรัพย์สินเล็กๆ น้อยๆ เพื่อนำเงินมาโป๊ะให้ผ่านไปแต่ละงวดเท่านั้น หนี้บางประเภท อย่างหนี้นอกระบบ หรือ การผ่อนทรัพย์สินที่มีมูลค่าลดลง อย่างรถยนต์ วิธีแก้ ปัญหาแบบนี้จะไม่ช่วยอะไร มีแต่ทำให้เงินหมดไป แต่หนี้ไม่ลด หรือ กลับยิ่งเพิ่มมากขึ้น

 

การหาเงินมาใช้หนี้ด้วยการนำทรัพย์สินไปจำนอง หรือ จำนำ ในกรณีที่มีทรัพย์สินและนำทรัพย์สินเหล่านั้นไปจำนองหรือจำนำ เช่น นำบ้านที่ดิน ไปจำนอง หรือนำทอง รถยนต์ ไปจำนำ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่หากเลี่ยงไม่ได้ จงเลือกใช้บริการให้เต็มที่ ขอยอดที่มากที่สุด เท่าที่จะมากได้ โดยเฉพาะการนำรถยนต์ไปจำนำจะมีดอกเบี้ยถูกที่สุด เช่น จำนำจอด 300,000 บาท ดอกเบี้ยจะอยู่ประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน หรือดอกประมาณ 1.7% ในกรณีที่แก้ปัญหาหนี้สินไม่ได้ ก็ปล่อยให้ ยึดไปเลย จะไม่สร้างปัญหายุ่งยาก กับการพยายามหาคนมาช่วยไถ่ทรัพย์สินออกมาเพื่อนำมาขาย

 

ทรัพย์สินบางประเภท อย่างที่ดิน หรือ บ้าน บางครั้งก็ไม่อาจขายได้เร็วอย่างที่คิด แม้ว่าจะอยู่ในทำเลที่ดีก็ตาม ดังนั้น หากคิดจะใช้บ้านหรือ ที่ดิน หรือรถยนต์บางยี่ห้อ มาช่วยในการโป๊ะหนี้ จึงต้องคิดถึงข้อเสียจุดนี้ด้วย บางคนพยายามขายที่ดินมาเป็นสิบปี แต่ไม่สามารถขายได้ สุด ท้ายมีปัญหาการเงินที่หนักหนาสาหัสก็ต้องนำไปจำนอง และปล่อยให้ถูกยึดไปในราคาถูกกว่าราคาซื้อขายตามจริงๆ

 

ระวังการสร้างหนี้เพิ่มที่ไม่เกิดประโยชน์

วิธีการแก้ปัญหาในลักษณะนี้เช่น มีปัญหากู้ยืมเงินแล้วไม่สามารถผ่อนชำระได้ เพราะตัวเองก็ไม่มีรายได้แต่ละเดือนมากพอ หรือ มีปัญหา เรื่องงาน จึงนำรถยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์ หรือ รีไฟแนนซ์ เพื่อจะนำเงินไปใช้หนี้ หรือ ใช้วิธีดึงเงินจากบัตรเครดิตอีกใบไปโป๊ะอีกใบ วิธีนี้ไม่ช่วยให้ อะไรดีขึ้น การตัดสินใจให้เด็ดขาด เช่น ขายสมบัติเพื่อใช้หนี้จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

 

จดจำไว้เป็นบทเรียน

ความผิดพลาดในการสร้างหนี้ของคนเรานั้น มีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะคนที่ไม่มีเคยมีประสบการณ์มาก่อน คนที่รวย หรือ ได้เงินมาง่าย เกินไป ไม่รู้จักบริหารเงิน บางคนได้เงินจากมรดก การขายทรัพย์สมบัติ ไม่ได้รวยเพราะการทำมาหากิน ยิ่งจะต้องระวัง อย่าเผลอตัวไปสร้างหนี้ หรือใช้จ่ายเงินมากจนกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ อย่างบางคนขายที่ดินหรือได้มรดกจากทางบ้านได้เงินร่วมล้านการตัดสินใจถอยรถยนต์ป้ายแดง เพียงคันเดียว ก็ทำให้ชีวิตลมจมได้ทันที หากตัวเองก็ไม่มีรายได้ทางอื่น หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงติดอบายมุขด้วยแล้ว ก็จะมีแต่รายจ่ายเพิ่มมากขึ้น จนเอาไม่อยู่ สุดท้ายเงินก็หมด และอาจจะได้หนี้ก้อนใหญ่เป็นของแถม สร้างความทุกข์ใจ ทุกข์กายอย่างแสนสาหัส

 

เมื่อมีเงิน หรือมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงิน ก่อนตัดสินใจใช้จ่ายเงินก้อนใหญ่ และมีภาระผูกพันหลายปี อย่างการผ่อนรถ ผ่อนบ้าน จึงต้องคิดให้ รอบด้าน ไม่เช่นนั้นก็จงซื้อเงินสด เพราะหากมีปัญหา การขายง่ายต่อจะทำได้ง่ายกว่า

 


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

กริยา 3 ช่อง say said said พูด บอก กล่าว ตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล

บทความอธิบายการใช้กริยา 3 ช่อง say said said พูด บอก กล่าว ตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล กริยาแบบนี้จะมีการ เปลี่ยนรูปไปตามกาล ปัจจุบัน อดีต และอนาคต รูปแบบคำจะเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม พร้อมยกตัวอย่างการใช้คำกริยานี้เพิ่มเติม เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น อ่านเพิ่มเติม..



เรียนคำศัพท์อังกฤษ วันละคำ พร้อมตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล

บทความอธิบายการใช้กริยา 3 ช่อง mislead misled misled ทำให้เข้าใจผิด, หลอกลวง ตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล กริยาแบบนี้จะ มีการ เปลี่ยนรูปไปตามกาล ปัจจุบัน อดีต และอนาคต รูปแบบคำจะเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม พร้อมยกตัวอย่างการใช้คำกริยานี้เพิ่มเติม เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น