วิธีดึงความฉลาดในตัวเราออกมาสามารถทำได้ มนุษย์ทุกคนมีความฉลาดในตัว เพียงแต่ต้องมีบางอย่างที่จะช่วยกระตุ้นให้แสดงออกมาได้ เมื่อถึงเวลาที่เราต้องเจอะเจอลำบาก ทุกข์ยากนั่นเอง ยิ่ง ประสบปัญหามากเท่าไร ความฉลาดจะแสดงออกมามากเท่านั้น

 

ด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด มนุษย์ก็จะคิดหาวิธีแก้ปัญหาและพาตัวเองผ่านอุปสรรค์นั้นๆ ไปได้เอง ในวันที่ชีวิตต้องเจอะเจอกับความยุ่งยาก เจอะเจอปัญหา ความคิดดีๆ จะเกิดขึ้นมาเอง ถ้าไม่ใจเสาะ คิดสั้นฆ่าตัวตายไปเสียก่อน

 

ในวันที่เรามีเงินและวันที่ชีวิตตกต่ำความฉลาดเราจะไม่เท่ากัน

ในวันที่เรามีเงินมาก สติจะไม่ค่อยอยู่กับตัว จะทำอะไร ไม่ค่อยคิด ไม่ระวัง ใช้จ่าย สบายมือ หลายคนจะบริหารเงินไม่เป็น ใช้เงินเละเทะไปหมด ไม่ มีเหลือเก็บ แต่ในวันที่ย่ำแย่ ยากจน เงินเพียงน้อยนิดก็สามารถจัดการบริหารได้อย่างดี แถมมีเก็บอีกต่างหาก เพราะชีวิตคนเรานั้นมีขึ้นมีลง อย่าได้กลัวที่จะผิดพลาด จนหมดตัว เพราะนั่นคือโอกาสที่จะได้ดึงพลังแห่งการเอาตัวรอด ยิ่งตกต่ำมากเท่าใด สารพัด ความคิดดีๆ ก็จะแสดงออกมา เราอาจจะกลายเป็นเซียนการเงินหรือนักแก้ปัญหาขั้นเทพก็ได้

 

ในวันที่ชีวิตเจอะเจอสารพัดปัญหา จะทำให้เราฉลาดคิดมากขึ้น

การเจอสารพัดปัญหาจะช่วยให้เราพยายามคิดหาวิธีแก้ปัญหา แต่ต้องพยายามแก้ในทางสร้างสรรค์ จึงจะเกิดปัญญาและพบทางออก ในวันที่ย่ำแย่ ตกต่ำ หรือผจญกับสารพัดปัญหาที่มาเยือน นอกจากการพยายามคิดหาทางแก้ปัญหาแล้ว การทำบุญ ฝึกสมาธิ สวดมนต์ แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร สรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

 

ในวันที่เรามีความรัก สมหวังและผิดหวัง

ในวันที่เรามีความรัก สำหรับบางคน ไม่เพียงตาบอด หูหนวก แต่ใจยังบอด และกลายเป็นคนโง่ ไม่มีความคิด ไม่มีเหตุผล แต่พอเลิกกัน ก็กลายเป็น คนฉลาดขึ้นมาทันที เพราะเมื่อเกิดความรัก ยิ่งรักมาก สติปัญหา ความฉลาดจะลดลง ตรงกันข้ามกับความรัก ยิ่งเจ็บจากความรักมากเท่าใด ความฉลาด ในการเรียนรู้เรื่องนี้ก็จะมากตามมาเท่านั้น

 

จงกล้าปล่อยตัวเองให้เจอความลำบากบ้าง

หากมีโอกาส จงกล้าที่จะเผชิญความลำบากบ้าง โดยเฉพาะหากมีครอบครัวที่ดี ไม่มีปัญหาเรื่องการเงิน อบอุ่นให้กำลังใจ นี่จะเป็นโอกาสดีที่จะได้ฝึก ตัวเอง ทดสอบตัวอง แม้จะผิดพลาด ก็ยังมีคนในครอบครัวให้ความช่วยเหลือได้

 

เพราะความผิดพลาด ความทุกข์ยาก จึงทำให้หลายคนประสบความสำเร็จ

หากศึกษาประวัติผู้ที่ประสบความสำเร็จด้านต่างๆ แล้ว จะพบว่า กว่าจะประสบความสำเร็จได้นั้น แต่ละคนล้วนผ่านความทุกข์ยาก ผ่านความผิด พลาด ล้มเหลว มาทั้งนั้น กว่าจะสั่งสมประสบการณ์ทำให้ประสบความสำเร็จดังที่ทุกคนได้เห็น ถ้าไม่เจอความทุกข์ยาก ความฉลาดในการเอาตัวรอดก็ คงไม่เกิดนั่นเอง

 

หยุดคิดแล้วความคิดดีๆ จะเข้ามาเอง

ในวันที่เราเจอะเจอปัญหารอบด้าน ยิ่งพยายามคิดหาทางแก้ ก็เหมือนยิ่งสร้างทางตัน หาทางออกไม่เจอ ในวันที่อยู่ในสภาพนั้น การหยุดคิดจะช่วย ให้เจอคำตอบ แต่หลายคนไม่กล้าจะหยุดคิด กลัวเสียเวลา และคนส่วนใหญ่ก็ถูกสอนมาแบบนั้น อยากหาคำตอบ ก็ต้องคิด แต่การหาคำตอบเพื่อจะแก้ ปัญหา บางครั้งการหยุดคิด ปลงและปล่อยวาง คำตอบในการแก้ปัญหาก็จะเข้ามาเอง

หากชีวิตตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก และยังหาทางออกไม่ได้ การหยุดคิดบ้างจะเป็นเรื่องดี เพื่อให้จิตได้พักบ้าง เพราะเอาแต่คิดอย่างเดียว จิตไม่ ได้พักก็ไม่มีพลัง อาจจะใช้วิธีทำให้ตัวเองปล่อยวาง หรือหยุดพักบ้าง ด้วยการฝึกสมาธิ เมื่อจิตว่าง ก็จะมองเห็นทางแก้ปัญหา และสามารถผ่านไปได้ เหมือนเวลาที่เพื่อนๆ เรามีปัญหา เพื่อนหาทางออกไม่ได้ แต่เราคนนอก เรามองเห็นทางแก้ปัญหาเยอะแยะไปหมด เช่นเดียวกัน เวลาตัวเรามีปัญหา การพยายามคิดหาทางแก้ จะยิ่งคิดไม่ออก แต่การถอยตัวเองออกมาด้วยการพยายามหยุดคิด ฝึกสมาธิให้จิตวาง เราก็จะมองเห็นทางแก้ปัญหาที่เกิดกับ ตัวเราเองได้ไม่ยาก เหมือนเราเห็นทางแก้ปัญหาให้เพื่อนของเรานั่นเอง

 

ฝึกทำงานยากๆ เพื่อดึงความฉลาดในตัว

การฝึกทำงานที่ยากๆ หรืองานที่ต้องใช้ความวิริยะอุตสาหะมากๆ โดยเฉพาะในเรื่องที่ต้องใช้ความคิดมากๆ จะช่วยให้เราเกิดปัญญา เกิดความคิด สร้างสรรค์สามารถทำอะไรที่เหลือเชื่อได้ แม้จะไม่สำเร็จ แต่อย่างน้อยก็จะได้กระบวนการคิดที่สุดยอดกว่าคนธรรมดา ดังนั้นจงอย่ากลัวงานยาก

ความลำบากทำให้คนเราฉลาดมากขึ้น เพราะความต้องการเอาตัวรอดนั่นเอง แต่การใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยกล้าเสี่ยงให้ชีวิตเจอะเจอ ความลำบาก ทำให้ไม่สามารถดึงความฉลาดในตัวออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งก็มีข้อดี ทำให้ชีวิตไม่เจอเรื่องที่เลวร้าย เพราะการผ่านเรื่องเลวร้าย แม้จะ ผ่านมาได้ มีประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น ฉลาดต่อโลกมากขึ้น แต่จิตใจก็ไม่จะเต็มร้อย เหมือนโดนแมลงร้ายกัดแทะ เหลือไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็น นอกเสียจาก จะปลงได้ ปล่อยวางได้ แต่หลายคนก็ยังถูกอดีตที่เลวร้ายตามมาหลอกหลอน บางครั้งอาจจะเปลี่ยนเป็นคนอารมณ์ร้าย หงุดหงิดหรือเศร้าซึม

 

... ในวันที่ชีวิตตกต่ำ หรือต้องเจอะเจอกับความทุกข์ยาก ลำบากอย่างแสนสาหัสนั้น ห้ามคิดลบ ห้ามคิดถึงอดีตเก่าๆ ห้ามคิดถึงความผิดพลาด และ ห้ามโทษตัวเองอย่างเด็ดขาด แต่จงพยายามคิดบวก คิดอย่างสร้างสรรค์ อ่านให้มาก ข้อมูลทั้งหลายใน Google มีคำตอบให้ทั้งหมด ปรึกษาผู้รู้ แต่ไม่ใช่ เอาปัญหาไปบ่นหรือระบายให้คนอื่นฟัง หาทางแก้ปัญหา ไม่เช่นนั้น ความฉลาดไม่มีทางเกิดอย่างแน่นอน หนำซ้ำจะกลายเป็นคนป่วยทางจิตที่ไม่มีใคร กล้าเข้าใกล้

 

และที่สำคัญอย่างมาก ต้องทำบุญด้วย สวดมนต์ แผ่เมตตา ฝึกสมาธิ เจริญภาวนา เพราะเมื่อทำแล้วก็จะสบายใจ จิตมีพลัง เป็นเหมือนยาที่ช่วย รักษาจิตใจหลังจากผ่านความลำบากไม่ให้ความคิดด้านลบ ทำร้ายตัวเราเอง

 


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

 ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองไม่ขอให้ใครช่วย

ความหมาย : สำนวนนี้มักจะใช้พูดถึงคนที่มีความมานะพยายาม ช่วยเหลือตัวเอง ทำอะไรด้วยตนเอง จน สามารถตั้งตัวได้ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่หวังความช่วยเหลือจากใคร อ่านเพิ่มเติม..