การพัฒนาตนเองให้มีความรู้ในเรื่องใดๆ ก็ตาม บางคนก็ใช้การอ่าน บางคนก็ใช้การดู การสังเกตุ หรือการลงมือปฏิบัติในบางเรื่องเราอาจจะไม่มีพื้นฐานความรู้ แต่การดูบ่อยๆ สังเกตุบ่อยๆ และลงมือทำ ก็จะเกิดความรู้ขึ้นมาเอง อาจเป็นการเรียนรู้ที่ช้าหน่อย

 

การพัฒนาตนเองด้วยการเรียนรู้แบบต่างๆ

การพัฒนาตนเองด้วยการอ่าน

การเรียนรู้โดยการอ่านอาจจะเป็นที่นิยม เมื่ออยากจะรู้อะไรก็ต้องอ่าน ทุกวันนี้มีข้อมูลมากมายอยากรู้อะไร ก็หยิบมือถือขึ้นมาค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้เลย ไม่ต้องเข้าห้องสมุดให้เสียเวลาแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรทำก็คือ ฝึกใช้เครื่องมือให้คล่อง ใช้มือถือ ใช้คอมพิวเตอร์ค้นหาข้อมูลให้คล่อง เพราะปัจจุบันข้อมูลขยะเยอะมาก ต้องเก่งในการแยกข้อมูล เพื่อให้พบข้อมูลที่ต้องการเร็วๆ

 

การเรียนรู้โดยการอ่านอาจจะใช้วิธีอ่านรวมๆ ให้รู้ทั้งหมดในมุมกว้างก่อน แล้วค่อยเจาะลึกลงรายละเอียด ควรมีการจดบันทึกไว้ จะช่วยให้จำได้ดีกว่าการอ่านผ่านๆ หรือไม่ก็ใช้การอ่านออกเสียง แล้วบันทึกไว้ฟังภายหลัง

 

การพัฒนาตนเองด้วยการดูวิดีโอ

เรียนรู้โดยการศึกษาจากวิดีโอ ใน Youtube จะมีวิดีโอทุกเรื่อง ทุกแนวอยากรู้อะไร ก็ดูได้ตามต้องการ แต่... ก็มีข้อเสียตรงที่หากเรื่องใดมีรายละเอียดมาก ก็จะเสียเวลา เพราะจะต้องหยุดชั่วครู่เพื่อจดบันทึกไว้ก่อน อยากรู้เรื่องอะไร ดูซ้ำหลายๆ รอบก็เก่งได้ไม่ยาก แต่ต้องลงมือปฏิบัติด้วยจะจำได้เร็ว

 

การพัฒนาตนเองด้วยการฟัง

ใน Youube ยังมีวิดีโอประเภทเรื่องเล่า ไม่ต้องอ่าน ไม่ต้องดู อาศัยการฟังอย่างเดียว ข้อดีของการฟังก็คือ เราจะต้องใช้สมาธิค่อนข้างสูง หากฟังไม่ทัน ก็จะไม่รู้เรื่อง ทั้งนี้หากใช้การจดบันทึกเข้ามาช่วยด้วยแล้วก็จะช่วยให้จดจำได้แม่นมากยิ่งขึ้น

 

การพัฒนาตนเองด้วยการฝึกฮาคิสังเกตุ

กูรูด้านอสังหาริมทรัพย์ท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า หากอยากลงทุนกับการซื้อขายคอนโต แต่ไม่มีความรู้เลย ก็แนะนำให้เดินเข้าออก ดูคอนโดประมาณสัก 100 แห่ง เดี๋ยวก็จะเกิดความรู้ขึ้นมาเอง รู้ว่าดีไม่ดี ทำเล ผู้คน ฯลฯ เป็นอย่างไร ไม่ต้องไปอ่านหนังสือที่ไหน และก็เป็นความรู้ที่จะติดตัวไปอีกนาน การสังเกตุจะเป็นความรู้ติดตัวที่ยากจะลืม เป็นความจำที่จะอยู่ติดทนนาน แต่ก็อาจจะต้องใช้เวลา หรือเงินทอง กับบางสิ่งที่ต้องการอยากจะรู้

 

การพัฒนาตนเองด้วยการลงมือปฏิบัติ ลงมือทำจริง

เรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติ บางเรื่องที่เราไม่มีความรู้ การลงมือปฏิบัติ ลงมือทำบ่อยๆ ก็จะทำให้เกิดความรู้ขึ้นมาเอง ความรู้ด้านนี้คล้ายการสังเกตุ จะเกิดเป็นองค์ความรู้ที่ยากจะลืมง่ายๆ

 

การพัฒนาตนเองด้วยการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น

วิธีนี้จะช่วยให้การพัฒนาตนเองเกิดได้เร็วขึ้น ซึ่งมี 2 แนวทางด้วยกัน 1. เรียนรู้ประสบการณ์จากผู้ที่ประสบความสำเร็จ อย่างการลงคอร์สเรียนด้านต่างๆ ซึ่งทางผู้สอนได้เรียบเรียงเนื้อหาไว้ดีแล้ว มีโอกาสประสบความสำเร็จเร็ว การเรียนรู้ในลักษณะนี้มักจะมีค่าใช้จ่าย อาจจะไม่ฟรี 2. เรียนรู้ประสบการณ์จากผู้ที่ประสบความล้มเหลว มักจะได้มาฟรีๆ เพราะคนเหล่านี้มักจะเต็มใจบอกเล่าประสบการณ์ของตัวเองให้ฟัง ซึ่งมีประโยชน์มาก เพราะช่วยให้เรารู้ว่ามีอะไรบ้างที่จะส่งผลให้เรามีโอกาสพลาด หรือไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นอย่ามองข้ามคนที่ล้มเหลว


ทั้งคนที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวมีความสำคัญพอๆ กัน ศึกษาหาความรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จ เพื่อให้เราสามารถเดินทางลัดไปสู่จุดหมายและศึกษาหาความรู้จากคนที่ประสบความล้มเหลวเพื่อป้องกันความผิดพลาด เพราะคนที่ประสบความสำเร็จนั้น บางคนไม่เคยล้มเหลวผิดพลาดมาก่อน อาจจะดวงดีหรือวางแผนไว้ดี

 

ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้

ในการเรียนรู้เรื่องต่างๆ ช่วงเวลาช่วงอายุ ก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงอายุก่อน 20 ปี มีหลายเรื่องที่เรายังจำได้ดี ดังนั้นก็ต้องพยายามเรียนรู้ในช่วงอายุดังกล่าวให้มากที่สุด ส่วนการเรียนรู้เมื่ออายุมากขึ้น สมองอาจจะเริ่มช้าลง คิดช้าลง ไม่สามารถเข้าใจอะไรได้ง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อน สมองยังไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ไม่ได้ใช้งาน ก็เลยทื่อ ต้องใจเย็น อ่าน ดู ลงมือทำไปสักพัก็จะเริ่มดีขึ้น แล้วก็มีโอกาสกลับมาฉลาดปราดเปรื่องได้เหมือนเดิม แก่แล้วสมองไม่ดี คิดไปเอง สมองของคนเราสามารถฝึกได้ ฟืนฟูได้

 


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

เล่นกีฬาที่รุนแรงหรือทำงานหักโหมส่งผลเสียต่อชีวิตเมื่อสูงวัย

การทุ่มเทเล่นกีฬาที่ค่อนข้างหนัก รุนแรง จะทำให้ร่างกายเกิดการสึกหรอมากกว่าปกติเช่นเดียวกับการทำงานหักโหมที่จะส่งผลทำให้มีปัญหาในภายหลัง แม้ผลจะตามมาอีกหลายสิบปีข้างหน้า ซึ่งมักจะร้ายแรงกว่าที่คิดไว้ เพราะมักจะมีเรื่องอื่นๆ ผสมโรงด้วย ไม่ได้มีเพียงแค่อาการเจ็บป่วยเท่านั้น เช่น อายุ 50 ตาย 70 เริ่มมีอาการปวดหรือเจ็บป่วย ทำให้ใช้ชีวิตด้วยความทุกข์ทรมาเป็นสิบปี มันไม่คุ้มกันเลย อ่านเพิ่มเติม..