แนะนำวิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานสำหรับคนโสด ซึ่งบางคนอาจจะทำงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เพราะอยู่คนเดียว ก็ไม่รู้จะทำอะไรไปให้มันมากมาย โดยเฉพาะคนที่ประสบความสำเร็จ ในระดับหนึ่งแล้ว มีรายได้เข้ามาอาจจะไม่มาก แต่ไม่เดือดร้อย ก็มักจะใช้ชีวิตสบายๆ ไม่มีการพัฒนาตนเองไปมากกว่านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี หากชีวิตยังไม่มีความมั่นคงอย่างแท้จริง หรือยังไม่เข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง เพราะอาจจะพลาดได้

การเป็นคนโสด บางคนอาจจะไม่มีแรงจูงใจที่จะทำอะไรมากนัก โดยเฉพาะคนที่อยู่คนเดียว ผู้เขียนมีเพื่่อนบางคนที่บอกว่า อยู่ไปวันๆ รอวันตาย ตอนนั้นก็คิดว่า เอ้อ ทำไมคิดอย่างนี้ แล้ววันหนึ่งก็มาหนึ่ง ผู้เขียนก็คิดแบบเดียวกัน อยู่ไปวันๆ เหมือนรอวันตาย เพราะขาดแรงจูงใจในการทำงาน อยู่คนเดียวรายได้ก็พอมีพอใช้ ไม่เดือดร้อน ก็ขี้เกียจจะสนใจอะไรรอบตัวมากนัก แต่เรื่องนี้อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ หากชีวิตยังไม่มีความมั่นคงมากพอเช่น
1. มีที่ดิน มีบ้านเป็นของตนเอง
2. มีรายได้เข้ามาหลายทาง ที่มั่นใจว่าอยู่ได้อย่างสบายๆ แม้จะเกษียณแล้ว
3. มีสิ่งของ ทรัพย์สินพื้นที่ฐานที่จำเป็นครบแล้ว

หากยังไม่มีสิ่งดังที่กล่าวมา จะเป็นอันตรายสำหรับคนโสด เพราะเวลาลำบาก ใครจะดูแล แต่หากมีบ้าน มีรายได้ ก็อยู่ได้สบายๆ มีเงินจ้างพยาบาลหรือบุรุษพยาบาลน่ารักๆ มาดูแลได้ ถ้ายังไม่มี แต่หมดแรงใจจะทำงานเสียก่อน ก็คงจะไม่ดีแน่ เพราะหากรายได้มีปัญหาวันใด ชีวิตอาจจะย่ำแย่แน่นอน ดังนั้นก็ต้องสร้างแรงใจ พลังใจทำงานให้ถึงจุดหมายเสียก่อน

 

ทำไมต้องสร้างแรงจูงใจในการทำงาน

สำหรับคนโสดอาจจะต้องอยู่คนเดียวตลอดชีวิต จึงต้องมีแรงจูงใจในการดูแลตัวเอง หรือพัฒนาตนเองมากกว่าคนมีคู่หรือมีครอบครัว หรือมีงานการที่มีความมั่นคง เพราะยามแก่ชรา ก็ต้องพึ่งตนเองในทุกๆ ด้าน แต่เรื่องแบบนี้ บางทีก็ไม่ง่าย คนที่จะสามารถดูแลตัวเองได้อย่างดี มักจะผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้เจ็บตัว หรือเจ็บป่วยหรือมีความสูญเสียที่ทำให้ต้องดูแลตัวเองอย่างจริงจังในทุกด้าน แต่หากยังไม่เจอเรื่องแบบนี้ บางคนก็ยังไม่ตระหนักหรือให้ความสำคัญในการดูแลตัวเองหรือพัฒนาตัวเอง

 

ตัวอย่างการสร้างแรงจูงใจแบบต่างๆ

สำหรับคนโสดที่พบว่าตัวเองเริ่มไม่อยากจะทำอะไร ขาดแรงจูงใจที่จะทำงาน หรือพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น หรือประสบความสำเร็จในชีวิต แนวทางต่อไปนี้อาจจะช่วยได้

 

สร้างภาระ สร้างหนี้สิน

การสร้างหนี้สิน สร้างภาระด้านนี้ แนะนำให้สร้างหนี้ที่ทำให้รวยในอนาคตเท่านั้น เช่น การผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโด ผ่อนที่ดินหรือทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคตเท่านั้น อย่าไปผ่อนสิ่งที่ทำให้จนลงในอนาคตอย่างรถยนต์ อย่างการผ่อนบ้าน 10 ปี ให้คิดว่า บ้านนั้นเป็นสินค้าอย่างหนึ่ง ซื้อเอาไว้ขายต่อเพื่อเก็งกำไรเป็นหลัก หลังผ่าน 10 ปีไปแล้ว บ้านมักจะมีราคาปรับตัวสูงขึ้น ก็จะเป็นรายได้ในอนาคต การขายบ้านไปหลังเดียว อาจจะมีรายได้เข้ามามากพอให้มีเงินใช้จ่ายได้ทั้งชีวิตเลยทีเดียว เมื่อมีหนี้ในระยะเวลาที่ต้องผ่อน ก็จะมีแจงจูงใจอยากทำงาน ไม่เช่นนั้น ก็จะไม่มีเงินจ่ายค่าผ่อนบ้าน

 

กำหนดจุดมุ่งหมายเรื่องการเงิน เรื่องรายได้

จุดมุ่งหมายหลักในเรื่องรายได้นั้น จำเป็นต้องสร้างรายได้หลายทาง โดยเฉพาะรายได้ที่ไม่ต้องทำงาน นอกเหนือจากเงินเดือนหรือรายรับประจำ เพราะรายได้เหล่านี้จะช่วยชีวิตได้ในยามลำบาก ตกงาน หรือแก่ชรา ทำงานไม่ได้แล้ว ตัวอย่างเช่น
1. ฝากธนาคาร และได้รับดอกเบี้ยทุกเดือน หรือซื้อสลากออมสิน สลากธนาคาร
2. รายได้จากการมีบ้าน ที่ดิน คอนโด แล้วปล่อยให้เช่า เก็บค่าเช่า ในอนาคตก็ขายบ้านไปบ้าง หากมีหลายหลัง ซึ่งควรทำอย่างนั้น ซื้อบ้านไว้หลายหลังไว้ขายทำกำไร
3. รายได้จากการขายสินค้า หรือค่าลิขสิทธิ์สินค้า
4. รายได้จากสินค้าประเภททรัพย์สินทางปัญหา อย่าง บทความ ที่ใช้ทำเว็บไซต์ วิดีโอที่อัพโหลดเข้า Youtube รับรายได้จากโฆษณา เป็นต้น
5. รายได้อื่นๆ ทุกประเภที่ไม่ต้องทำงาน หรืออาจจะทำบ้าง

 

หากยังไม่ประสบความสำเร็จ ในการสร้างรายได้ที่ไม่ต้องทำงาน ก็อย่าได้หยุด อย่าได้ท้อเรื่องการงาน ต้องทำงานต่อไปเรื่อยๆ กัดฟันสู้ เพราะคนโสด หากไม่มีรายได้จากหลายๆ ทาง ชีวิตบั้นปลายลำบากแน่นอน

 

กำหนดจุดมุ่งหมายหลักของชีวิต

จุดมุ่งหมายด้านนี้จะทำให้ชีวิตมีปลายทางที่จะเดินไป เพราะเมื่อคนเรามีชีวิตที่สุขสบาย เงินก็มีใช้ ไม่เดือดร้อน ก็จะมีความสุข สบาย แต่เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ก็จะเริ่มเบื่อหน่าย เบื่อเงิน เบื่อสิ่งรอบตัว เบื่อความสุข เบื่อโลก เบื่อไปหมด จุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิตจะทำให้มีแรงใจอยากจะทำสิ่งดีๆ เช่น การเข้าหาธรรมะ การทำกิจกรรมเพื่อสังคม กิจกรรมที่ชอบ ซึ่งเมื่อนั้นหากการงาน การเงิน มีรายได้ไม่ต้องทำงานด้วยแล้ว ก็จะทำสิ่งที่ชอบได้อย่างเต็มที่ ไม่เบื่อหน่ายกับชีวิต จุดมุ่งหมายนี้ค่อนข้างสำคัญ คนส่วนใหญ่จะได้เจอกับสภาพการณ์แบบนี้ ก็ต่อเมื่อหลังเกษียณหรือร่ำรวย รวยเร็ว ก็เจอเร็ว การเบื่อความสุข เบื่อการใช้เงิน เป็นเรื่องที่จะต้องเจอและต้องผ่านให้ได้

 

สร้างประสบการณ์พาชีวิตไปลำบากเสียบ้าง

สำหรับบางคนที่หมดแรงจูงใจจริงๆ ไม่อยากจะทำอะไร บางทีก็ต้องปล่อยให้ตัวเองตกต่ำอย่างที่สุด ได้เจอปัญหารอบด้าน ทั้งความเจ็บป่วย ปัญหาเรื่องเงินทอง หรือครอบครัว เพื่อให้เกิดความสำนึก เกิดความกลัว และไม่ยอมให้ตัวเองต้องตกระกำลำบาก อีกต่อไป มีแรงจูงใจสู้ เพื่อตัวเอง เรื่องแบบนี้ ไม่ง่ายนักสำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะไม่เห็นโลงศพ ก็ไม่หลั่งน้ำตา ไม่เคยตกอยู่ในช่วงเวลาที่เลวร้่ายของชีวิต ก็ยากเข้าใจในเรื่องแบบนี้ได้อย่างลึกซึ้ง

 

คนคบที่ประสบความสำเร็จ

การอยู่ในกลุ่มเพื่อนหรือกลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จ ก็จะทำให้ต้องตามกันไป ต้องมีเหมือนคนอื่น คนรอบข้างช่วยเป็นแรงจูงใจให้อยากจะทำงาน อยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ทำให้ตัวเองตกต่ำ

 

ต้องประสบความสำเร็จเพื่อดูแลคนที่ตัวเองรัก

สำหรับคนมีครอบครัว มีเพื่อนฝูง การตั้งจุดมุ่งหมายแบบนี้ ก็จะเป็นเรื่องดี ตัวเองต้องประสบความสำเร็จ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือ หรือดูแลคนที่ตัวเองรักได้ อย่างคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง

 

ทำกิจกรรมเพื่อสังคม

การได้ทำประโยชน์เพื่อสังคม มีเพื่อนใหม่ ได้เห็นคนที่ตัวเองให้ความช่วยเหลือมีชีวิตที่ดีขึ้น ก็จะทำให้เกิดความภาคภูมิใจและมีความสุข อยากจะทำสิ่งที่ดีต่อไป มีแรงใจมากขึ้น

 

คนที่ขาดแรงจูงใจในการทำงานนั้นมีหลายประเภท แต่ส่วนใหญ่จะมีลักษณะคล้ายกัน เช่น มีรายได้ มีฐานะทางการเงินที่ดี ไม่เดือดร้อน ไม่มีภาระต้องรับผิดชอบจึงไม่รู้ว่าจะทำอะไรไปให้มากมายเพื่อใคร เรื่องนี้ก็ต้องวิเคราะห์ให้ละเอียด โดยเฉพาะคนโสด หากยังไม่มีความมั่นคงในชีวิตและรายได้มากพอแล้ว อย่าเพิ่งถอดใจ อย่าเพิ่งหยุด ไม่เช่นนั้นชีวิตบั้นปลายเดือดร้อนแน่นอน

 


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

รวมข้อดีของ กันสาด อุปกรณ์แต่งรถยนต์ที่จำเป็นต้องมี

กันสาดสำหรับติดเหนือประตูของรถยนต์ นอกจากมีความสวยงามแล้วก็ยังมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น กันน้ำเข้ารถ เป็นช่องระบาย ความร้อนในรถ ป้องกันสนิมในตำแหน่งเหนือประตูรถ และขณะฝนตกสามารถอยู่ในรถได้โดยไม่เกิดฝ้าตามกระจก อ่านเพิ่มเติม..



เรียนคำศัพท์อังกฤษ วันละคำ พร้อมตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล

บทความอธิบายการใช้กริยา 3 ช่อง misspell misspelt misspelt สะกดผิด ตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล กริยาแบบนี้จะมีการ เปลี่ยน รูปไปตามกาล ปัจจุบัน อดีต และอนาคต รูปแบบคำจะเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม พร้อมยกตัวอย่างการใช้คำกริยานี้เพิ่มเติม เพื่อให้เข้าใจ มากยิ่งขึ้น