ความหมาย : สำนวนนี้มักจะใช้พูดถึงสิ่งที่อยู่ในการควบคุม อย่างคู่แข่งที่กำลังจะแข่งกันกันในบางเรื่อง เหมือนอยู่ในกำมือ เหมือน หมูในอวย อยู่แล้ว จะทำอะไรก็ได้ทุกอย่าง ไม่มีทางพลาด ทำอย่างไรก็ไม่มีทางแพ้ อย่างแน่นอน

ตัวอย่าง :

ในการแข่งขันกีฬาบางประเภท ความเป็นมืออาชีพของนักกีฬา และความสามารถที่ต่างกันมาก ก็ทำให้คู่แข่งกลายเป็น หมู ในอวย ไปเลย สามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย แต่บางครั้ง หมูในอวยก็อาจจะเปลี่ยนเป็นหมูเขี้ยวตัน หากไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ฮึดสู้ขึ้นมาก เพราะทีมหรือฝ่ายที่เสียเปรียบ ความสามารถด้อยกว่า อาจจะสู้ยิบตา ไม่ยอมแพ้ เพราะไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว

การวางแผนอย่างดี ย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จ เพราะบุคคลใดที่เป็นคู่แข่ง ก็อาจจะเหมือน หมูในอวย สามารถเอา ชนะได้ไม่ยาก เพราะตัวเองควบคุมทุกอย่างไว้ได้แทบทั้งหมดแล้ว อย่างการวางแผนเลือกตั้ง พรรคที่มีอำนาจ มีอิทธิพล ย่อมมี โอกาสชนะสูงมาก

คู่แข่งที่บางครั้ง เราอาจคิดว่าน่าจะชนะได้ง่ายๆ เหมือน หมูในอวย แต่บางทีอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้ เพราะคู่แข่งบางคน บางทีมก็เป็นประเภทเสือซ่อนเล็บ เก่งจริง แต่ยังไม่ได้เปิดเผยให้ใครรู้ความสามารถที่แท้จริง

ความประมาทมักจะทำให้พ่ายแพ้คู่ต่อสู้ บางครั้งเราอาจจะคิดว่า คู่ต่อสู้เหมือน หมูในอวย เอาชนะได้สบายๆ อยู่แล้ว แต่ก็ อาจจะไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะความประมาท

อย่างนิทานเรื่องกระต่ายวิ่งแข่งกับเต่า น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี กระต่ายมีความทรนงว่าตัวเองวิ่งเร็วกว่า จึงชะล่าใจ คิดว่า เต่า ก็ เหมือน หมูในอวย อยูแล้ว ทำอย่างไรก็ชนะอย่างแน่นอน จึงแอบนอนก่อน ปรากฏว่าหลับยาว พอตื่นขึ้นมา ก็ปรากฏว่า เต่าได้ วิ่งเข้าเส้นชัยไปแล้ว

ชีวิตคนเราเกิดมาพร้อมกับการแข่งขัน แต่เป็นการแข่งขันที่ต่างออกไป เป็นการแข่งขันกับตัวเองมากกว่าจะแข่งกับผู้อื่น แต่ก็มีผู้ อื่นเป็นคู่แข่ง บางคนเรียนเก่ง ก็ประมาท คิดว่าตัวเองเก่งกว่าเหนือกว่า ส่วนผู้อื่น นั้นเหมือน หมูในอวย แต่ย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าคนเรียนไม่เก่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาจไม่เป็นเช่นนั้น

ในชีวิตจริง การทำงานไม่เหมือนการเรียน ในห้องเรียน บางคนเรียนเก่ง แต่ประสบความล้มเหลวในการทำงาน เพราะทำงานร่วมกับคนอื่นไม่ได้ หากเป็นการประสบ ความสำเร็จในการทำงานแล้ว คนเรียนไม่เก่งมีโอกาสประสบความสำเร็จได้เช่นกัน เพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง ดังนั้นใน ชีวิตจริงจะประมาทไม่ได้ โดยเฉพาะการแข่งกับตัวเอง เอาชนะตัวเอง เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่าชนะผู้อื่น


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

บ้านแตกสาแหรกขาด บ้านเมืองหรือครอบครัวมีปัญหาต้องพลัดพรากจากกัน

ความหมาย : สำนวนนี้มักจะใช้กล่าวถึง สภาพครอบครัว ที่มีปัญหาทำให้สมาชิกในครอบครัว ต้อง พลัดพรากจากกัน แยกกันอยู่ กระจายกันไปคนละทิศคนละทาง บ้านแตกสาแหรกขาด หรืออาจจะเป็นบ้านเมืองที่อยู่ในสภาวะ สงคราม หรือเกิดภัยธรรมชาติผู้คนต้องพลัดพรากจากกัน อ่านเพิ่มเติม..