บทความแนะนำแนวทางดูแลตัวเองเบื้องต้น เพื่อป้องกันตัวเองจากโรคร้ายอย่าง Covid 19 ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ เพื่อปกป้องตัวเองและ คนรอบข้างไม่ให้เจ็บป่วย เพราะหลายคนก็ไม่ศึกษาหาความรู้ให้ถูกต้อง หรืออาจจะมองข้ามจุดเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงของตนเองไปโดยไม่รู้ตัว

 

โควิด 19 เป็นไวรัสพันธ์ใหม่ จึงยังไม่มีวิธีป้องกันและรักษาได้อย่าง 100% อีกทั้งการระบาด การแพร่กระจายก็ทำได้ง่ายและรวดเร็วมาก จึง มีโอกาสทำให้เกิดการติดเชื้อ และเจ็บป่วย และอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ ยิ่งพฤติกรรมเอาแต่สะดวก ทำอะไรตามใจของคนไทย ขาดระเบียบวินัย ด้วยแล้ว จะยิ่งมีโอกาสได้รับเชื้อได้ง่าย

 

การแพร่ระบาดของโควิด 19

สำหรับไวรัสพันธ์ใหม่นี้สามารถระบาดทำให้เกิดการติดเชื้อไปสู่คนรอบข้างได้หลายวิธี โดยจุดหลายที่ไวรัสนี้จะไปอยู่ก็คือปอด เช่น
1. ทางลมหายใจ ทั้งการหายใจทางจมูก การพูด การไอ จาม ดังนั้นการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก ผับ ปาร์ตี้ งานรื่นเริง หรือสถานที่มีผู้ คนมารวมตัวกันมากๆ จึงมีโอกาสติดเชื้อได้เร็วมาก
2. การสัมผัส หากผู้ป่วยสัมผัสข้าวของ โดยเฉพาะสิ่งของที่มีความเย็น อากาศเย็น อย่างในห้องแอร์ ตู้เย็น เชื้อจะอยู่ได้นาน หากมีคนอื่นมา สัมผัสก็จะมีโอกาสติดเชื้อได้
3. ทางบาดแผล แต่จะค่อนข้างยากที่จะทำให้ร่างกายเกิดปัญหา

 

ตัวอย่างแนวทางดูแลตัวเองแบบต่างๆ

1. การซื้อของในตู้เย็นของร้านค้า ซึ่งมีผู้คนมากหน้าหลายตาเข้ามาซื้อของ ก็ไม่รู้ว่าใครจะไปสัมผัสอะไรตรงไหนบ้าง เชื้ออยู่ตรงไหน และจะ อยู่นานแค่ไหน ดังนั้น หากชอบของเย็นๆ ก็ควรจะซื้อมาแช่เอง จะดีที่สุด
2. ร้านค้าที่เปิดแอร์ ห้าง มินิมาร์ท ควรเลือกเวลาที่คนน้อย หรืออาจจะหลีกเลี่ยง เพราะในสภาพอากาศเย็น เชื้อจะอยู่ได้นานกว่าร้านแบบเปิด โล่ง
3. ร้านค้าในท้องถิ่น ควรเลือกเวลาไปซื้อของ อย่างช่วงเย็น ช่วงเช้า เที่ยง หรือช่วงเวลาที่มีคนเยอะ ก็ควรหลีกเลี่ยง ผู้เขียนได้ไปร้านค้าช่วงเย็นๆ มีคนมาใช้บริการมาก ทั้งคนสูงวัย บางคนก็มีแต่กลิ่นยา ฉุนมาก เหมือนเพิ่งกลับจากโรงพยาบาล บางคนก็ยืนไอแค่กๆ บรรยากาศดูแล้วทำให้ รู้สึกไม่ปลอดภัย
4. จัดให้มีที่ล้างมือในจุดที่สะดวก และตั้งไว้หลายจุด เพื่อความสะดวก ไม่ใช่จะล้างมือแต่ละที ก็ต้องเข้าห้องน้ำ ห้องครัว ก่อนเข้าบ้าน ร้านค้า อาจจะให้โดนแดด หากมีเชื้อโรค ก็จะตายเร็วอย่างแน่นอน จะมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
5. ต้องมีวินัยในชีวิต ให้คิดว่า ตัวเองเป็นโควิด ห้ามออกไปไหน อยู่แต่ในบ้าน ก็จะตัดวงวรเชื้อได้เร็วที่สุด


6. หาจุดเสี่ยงให้พบ บางคนก็มองข้าม เช่น ยังชอบไปห้าง หรือ ร้านค้าติดแอร์ หลบร้อน มีหลายคนที่กลับมาแล้ว มีอาการเจ็บคอ เจ็บหน้าอก มีไอบ้าง แต่ไม่มีไข้ ไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่าเกิดจากอะไร 
7. การเดินทาง ควรหลีกเลี่ยงการใช้ขนส่งสาธารณะ รถทัวร์ รถตู้ หากจะต้องเดินทาง การใช้รถมอเตอร์ไซค์คันเล็กเดินทางไกล อาจจะลำบากสักหน่อย แต่ก็สบายใจเรื่องโรคระบาด เพราะเรื่องอุบัติเหตุ ยังพอหลีกเลี่ยงได้ แต่โรคระบาด จะทำได้ค่อนข้างยาก
8. คนต่างถิ่นที่กลับบ้าน อย่างผู้ที่อยู่ในกรุงเทพที่เดินทางกลับบ้าน เมื่อไปถึงบ้านก็ต้องระวังการใกล้ชิดคนที่บ้าน เพื่อความปลอดภัยของคน รอบตัว
9. การสัมผัสสิ่งของที่มีคนอื่นต้องสัมผัสด้วย หรือต้องใช้ร่วมกัน ควรใช้ไหล่ แขน ข้อศอก หากใช้มือ ก็ต้องล้างทำความสะอาด ก่อนจะใช้มือมา สัมผัสใบหน้า หยิบจับอาหารเข้าปาก
10. การสนทนากับเพื่อนฝูง ต้องมีระยะห่างให้เหมาะสม เพื่อป้องกันลมปาก ลมหายใจ เพราะหากมีเชื้อออกมากับลมปาก ลมหายใจ ก็จะ สามารถแพร่กระจายไปสู่คนรอบข้างได้ โดยเฉพาะคนที่เดินทางจากกรุงเทพไปต่างจังหวัด ระวังอย่านำเชื้อไปแพร่ให้ญาติพี่น้อง
11. ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ต้องระวัง เพราะร่างกายอ่อนแอกว่าคนทั่วไป เพราะจุดหมายปลายทางของเชื้อโควิดจะพุ่งไปที่ปอด 12. ทำอาหารทานเอง งดการไปใช้บริการตามร้านค้า หรือ เน้นซื้ออาหารมาทานที่บ้าน ไม่ทานที่ร้านค้า ซึ่งร้านค้าส่วนใหญ่ตอนนี้ ก็น่าจะห้ามไม่ให้นั่งที่ร้านแล้ว ในเรื่องอาหารก็มีพืชผักหลายชนิดที่ช่วยบำรุงปอด เช่น กระเทียม ขิง ไวรัสตัวนี้จะมุ่งไปที่ปอด ดังนั้น ต้องหาทางทำให้ปอดแข็งแรงไว้ก่อน 


13. สวดมนต์ ฝึกสมาธิ ทำจิตใจให้สงบ ไม่เครียด ก็จะช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้น เพราะความเครียด จะส่งผลเสียต่อร่างกาย มากกว่าการไม่เครียด จะให้ดี ก็แผ่เมตตา ให้ ไวรัสโควิด 19 ด้วยนะ ขอให้เป็นสุข เป็นสุข อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย 
14. นอนให้เร็วขึ้น ประมาณ 4-5 ทุ่ม ก็ควรจะเข้านอนได้แล้ว เพราะร่างกายจะเริ่มรักษาซ่อมแซมตัวเอง จะเป็นช่วงประมาณ เที่ยงคืนถึงตีตาม ตามนาฬิกาชีวิต และช่วงตี 4 ถึง เช้า ปอดจะเริ่มทำงาน ควรจะตื่นมาสูดอากาศบริสุทธิ์เพื่อทำความสะอาดปอด
15. หมั่นศึกษาหาข้อมูล ตามข้อมูลเกี่ยวกับโรค เพื่อศึกษาถึงวิธีป้องกัน แต่ก็ไม่ขาดสติ ตื่นตระหนกจนขาดสติ บางคนกลัวมาก กลัวคนนั้น คน นี้มาบ้านตัวเอง กลัวเอาเชื้อมาแพร่ แต่ไม่มีการศึกษาหาข้อมูล และตัวเองก็ยังไปเดินห้าง ซื้อของในร้านที่เป็นห้องแอร์ พฤติกรรมตัวเอง ถือว่ามี ความเสียง แต่กลับมีพฤติกรรมแปลกๆ กลัวคนนำโรคมาเข้าบ้าน แต่ตัวเองกลับเดินไปหาโรคเสียเอง
16. หมั่นออกกำลังกาย เดินในบ้าน วิ่งอยู่กับที่ ในบ้าน กระโดดเชือกในบ้าน เต้นแอโรบิค ฯลฯ ไม่จำเป็นจะต้องไปออกกำลังกายนอกบ้าน แต่ให้เน้นการออกกำลังกายต่อเนื่อง เพื่อให้ปอดแข็งแรง 


17. การอยู่กันหลายคนเป็นครอบครัว จะต้องทำความเข้าใจ ต้องมีวินัยในการดูแลตัวเองให้มาก เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเอง และคนรอบข้างติดเชื้อ โรค
18. กักตุนอาหารที่จำเป็น และก็ต้องศึกษาอาหารแต่ละอย่างให้ดี ว่าสามารถนำไปประกอบอาชีพแบบใดได้บ้าง เช่น กักตุนขนมปัง กับ กักตุน ธัญพืช ข้าว ถั่ว จะเก็บได้นาน แต่ต้องรู้วิธีประกอบอาหาร เป็นต้น
19. สำหรับคนที่ไม่มีงาน หรือ ไม่สามารถไปทำงานได้ หรือ เพื่อเตรียมรับมือกับงาน กับการเงิน ก็ต้องรีบรัดเข็มขัด ประหยัดการใช้จ่ายทันที ฝึกทำอาหารง่ายๆ กินอยู่แบบเรียบง่าย เพื่อให้สามารถลดรายจ่ายเรื่องอาหารได้ 
20. อยู่กันแบบร้อนๆ บ้าง ปิดแอร์ในรถ บ้าน เพื่อให้ความร้อนช่วยฆ่าเชื้อ หรือทำให้เชื้อโรคมีอายุสั้นลง อย่างการออกจากห้าง หรือ ร้านค้า ที่ เป็นห้องแอร์ เมื่อเดินเข้ารถ ก็อย่าเพิ่งเปิดแอร์ ยอมทนร้อนสักพัก อย่างน้อยความร้อนก็น่าจะช่วยฆ่าเชื้อโรค หรือ ลดเชื้อโรคที่ติดตัวได้บ้าง 21. สวมหน้ากาก เมื่อจะต้องเดินทางไปทำธุร ในที่ชุมชน ติดต่อผู้คนมากมาย
22. สำหรับคนที่การงานไม่ดีนัก หากมีหนี้ ก็ต้องรีบเคลียร์หนี้สินให้เร็ว ลดหนี้ให้เร็วที่สุด เผื่อสถานการณ์ยืดยาวจะลำบาก
23. สำหรับคนที่ต้องอยู่บ้าน ไม่อยากออกไปไหน ควรศึกษาวิธีการเพราะปลูกพืชผักที่สามารถปลูกได้ง่าย แม้จะอยู่หอ คอนโด ก็สามารถปลูก ท้ายห้อง ระเบียง ปลูกในกระบะ ปลูกโดยไม่ต้องใช้ดินได้ เพื่อให้มีแหล่งอาหาร
24. สั่งของจากเน็ต แทนการเดินทางไปซื้อของตามห้าง ตลาดสด
25. ต้องงดปาร์ตี้ พบปะสังสรรค์ เพราะจะมีโอกาสติดต่อ หรือ แพร่เชื้อกันเร็วมาก

 

บทความนี้ก็พยายามรวบรวมแนวทางปฏิบัติตัวเพื่อเอาตัวรอดแบบต่างๆ จากไวรัสโควิด 19 มานำเสนอ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน นะครับ โดยเฉพาะคนที่จะต้องทำงาน เป็นพนักงาน ซึ่งจะได้รับผลกระทบอย่างมาก ก็ต้องประหยัดเงินให้มาก เพื่อเตรียมรับมือหากสถานการณ์ ยืดยาว ผู้เขียนโชคดีที่ทำงานไม่เหมือนชาวบ้าน นั่งทำงานอยู่บ้าน ทำงานกับ การหาเงินกับการคลิกโฆษณา สิ้นเดือน ก็มีเงินโอนเข้าบัญชี ไม่ ต้องออกไปไหน ไม่ต้องติดต่อใครมากนัก 

 


บทความอื่น ที่คุณอาจสนใจ

บ้านแตกสาแหรกขาด บ้านเมืองหรือครอบครัวมีปัญหาต้องพลัดพรากจากกัน

ความหมาย : สำนวนนี้มักจะใช้กล่าวถึง สภาพครอบครัว ที่มีปัญหาทำให้สมาชิกในครอบครัว ต้อง พลัดพรากจากกัน แยกกันอยู่ กระจายกันไปคนละทิศคนละทาง บ้านแตกสาแหรกขาด หรืออาจจะเป็นบ้านเมืองที่อยู่ในสภาวะ สงคราม หรือเกิดภัยธรรมชาติผู้คนต้องพลัดพรากจากกัน อ่านเพิ่มเติม..



เรียนคำศัพท์อังกฤษ วันละคำ พร้อมตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล

บทความอธิบายการใช้กริยา 3 ช่อง misteach mistaught mistaught สอนผิด ตัวอย่างประโยค คำอ่าน คำแปล กริยาแบบนี้จะมีการ เปลี่ยนรูปไปตามกาล ปัจจุบัน อดีต และอนาคต รูปแบบคำจะเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม พร้อมยกตัวอย่างการใช้คำกริยานี้เพิ่มเติม เพื่อให้เข้า ใจมากยิ่งขึ้น